หมี่ฮุ้นไม่ได้หายไปไหนหรอก (ความเดิมจากตอนที่แล้ว)
ปะป๊านี่สิหายจ้อยเลย กิจกรรมเยอะ ไม่ได้เป็นคนดีอย่างหม่าม้าบอกหรอกนะ ที่ว่าทำงานหนัก งานเยอะ หาตังค์ให้ลูกเมียใช้ เปล่าเลย วุ่นกับบริษัทหัวปั่น เงินไม่เห็นมีมาให้ลูกเมียใช้เลยซักกะติ๊ด แหะๆ
ตอนนี้ไม่ยุ่งเท่าไหร่แล้ว อะไรๆเริ่มลงตัวบ้าง สบายกายสบายใจเลยมาเขียนเรื่องหมี่ฮุ้นต่อดีกว่า
ไอ้ที่ขึ้นหัวเรื่องว่า “ดื่อๆ กะ ตึ่งๆ” น่ะ เป็นความสามารถเฉพาะตัวของปะป๊า ใช้เล่นกับหมี่ฮุ้น ไม่ยอมให้ใครลอกเลียนแบบ
จริงๆแล้วตึ่งๆ มาก่อน ดื่อๆ ตึ่งๆเริ่มมาจากปะป๊านอนดูทีวีบนเตียง แล้วหมี่ฮุ้นชอบปีนขึ้นมานั่งบนพุง ปะป๊าก็ใช้กล้ามพุงกระเด้งหมี่ฮุ้นขึ้น พร้อมกับออกเสียง “ตึ่งๆๆ” ไปด้วยตามจังหวะการกระเด้งพุง การเล่นนี้จะจบก็ต่อเมื่อปะป๊าสามารถเด้งจนหมี่ฮุ้นล้มควำ่ตกจากพุงปะป๊าได้ ….หมี่ฮุ้นเอิ๊กอ๊ากชอบใจ
ส่วนดื่อๆที่มาทีหลังนั้น เล่นได้ตอนอุ้มหมี่ฮุ้น ใช้สำหรับเปลี่ยนอารมณ์หมี่ฮุ้นได้ชะงัดนัก การเข้าท่าคือปะป๊าจะอุ้มด้วยแขนขวา แล้วใช้มือซ้ายจับมือขวาหมี่ฮุ้นไว้แล้วยื่นออกมาเป็นเหมือนท่าเต้นรำ เข้าท่าปุ๊บก็ฮัมเพลง Blue Danube “ดื่อ ดื่อ ดือ ดื๊อ ดื๊อ… ดื๊อ ดื๊อ ดือ ดือ…” พร้อมกับพาหมี่ฮุ้นหมุนวนไปรอบห้อง ชอบอกชอบใจเอิ๊กอ๊าก หลังๆพอใครพูด ดื่อๆ ก็เป็นอันรู้กัน เข้าท่าได้ทันที
หม่าม้าเคยเล่นดื่อๆกับหมี่ฮุ้นเหมือนกัน แต่ปะป๊าไม่ค่อยชอบใจนัก เพราะปะป๊ามีท่าเล่นอยู่สองท่า ดันมาขโมยไปเล่นอีก แค่นี้หมี่ฮุ้นก็รักหม่าม้าจะตายอยู่แล้ว ฮึ่ม
ใครๆถามกันว่าหมี่ฮุ้นหายไปไหน ทำไมบล็อกไม่ได้อัพเดทมานานแล้ว
จริงๆแล้วหมี่ฮุ้นก็โตวันโตคืน ซนวันซนคืน เป็นปกติดีอยู่ แต่ปาป๊านี่สิ ที่ยุ้งยุ่งกับบริษัทใหม่ที่เพิ่งเปิดมาได้เกือบสองเดือน อย่าว่าแต่เวลาจะอัพบล็อกเลย เวลานอน เวลาเล่นกับลูกก็ยังไม่ค่อยจะมีอยู่แล้ว แต่ผลดีก็คือ พุงปาป๊าหดไปได้หลายนิ้วอยู่
วันนี้เลยมาอัพเดทกันหน่อย
ช่วงนี้หมี่ฮุ้นพูดเก่งขึ้นเยอะแล้ว พูดมันทั้งวัน พูดคำ 2-3 พยางค์ได้ สามารถเติมคำอ้อนต่อท้ายคำเดิมเอาไว้เป็นไม้ตายให้ใครๆใจอ่อนเวลาอยากได้อะไรได้ เช่น มาม้าจ๋า ปาป๊าจ๋า ปู่จ๋า ย่าจ๋า ม่าจ๋า เรียกแบบนี้ปู่จ๋าย่าจ๋าก็จะรีบเข้ามาอุ้ม อยากให้พาไปเดินเที่ยวนอกบ้านก็จะได้ไปทันที หรือเดิมเคยหยิบหนังสือมาให้มาม้าแล้วบอก’อ่าน’ทั้งวี่ทั้งวัน บางทีมาม้าอ่านจนเบื่อก็แกล้งทำเป็นไม่ได้ยินมั่ง เดี๋ยวนี้หมี่ฮุ้นก็จะพูด’อ่านค่า’ มาม้าก็ชื่นใจอ่านให้ฟังทุกทีไป
แต่ตั้งแต่หมี่ฮุ้นพูดได้แล้วเราอ่านหนังสือกันสนุกขึ้นเยอะ เวลาอ่านนิทานคำกลอน มาม้าจะชอบเว้นคำไว้ให้หมี่ฮุ้นพูดเติม หมี่ฮุ้นก็จะพูดเติม ทำให้มาม้าดีใจ๊ดีใจว่าที่อ่านๆไปนี่หมี่ฮุ้นก็ตั้งใจฟังเหมือนกัน แบบนี้มาม้าค่อยมีกำลังใจอ่านขึ้นเยอะ
นอกจากเรื่องพูดแล้ว ช่วงนี้หมี่ฮุ้นยังชอบใส่รองเท้าคนอื่นด้วย เห็นรองเท้าใครวางไว้เป็นไม่ได้ ต้องรีบเข้าไปสวมเดินลากไปทั่วห้อง รูปข้างล่างนี่เพิ่งถ่ายไว้เมื่อไม่กี่วันก่อน ตอนตามปาป๊าไปทำงานที่ระยอง
เดี๋ยวนี้หมี่ฮุ้นพูดได้แล้วเป็นคำๆ มักจะเลียนแบบเสียงพูดคำสุดท้ายที่ได้ยินแล้วพูดตามแบบนกแก้วนกขุนทอง รู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง แต่คำที่ไม่ต้องเลียนแบบ เข้าใจความหมาย และชอบพูดบ่อยๆคือ “ไป” “ตู” “น้อง” “ปะป๊า”
ไป - ออกอาการพร้อมกับชี้ไปนอกห้อง นอกบ้าน แปลว่าให้พาออกไปเที่ยวหน่อย
ตู - ความหมายคล้ายๆกับไป แต่ว่าชี้ที่ประตู
น้อง - เจอมนุษย์ตัวเล็กจะเรียกน้อง เรียกพี่ก็ได้ แต่มักจะแยกไม่ออก
ปะป๊า - แน่นอนอยู่แล้ว ใช้เรียกปะป๊าสุดที่รักนั่นเอง โดยเฉพาะเรียกตอนตื่นนอน หมี่ฮุ้นจะเดินมาข้างๆหัวปะป๊าซึ่งกำลังหลับอยู่ ก้มตัวลงมาเอามือจับหน้าปะป๊า แล้วก็เปล่งเสียง “ปะป๊า! ปะป๊า!” ดังลั่น เอาเข้าไป…
แต่เมื่อสักครู่นี้ ความอัศจรรย์ได้บังเกิดขึ้นแล้ว หมี่ฮุ้นสามารถพูดสองพยางค์ติดกันได้ (ไม่ใช่คำๆเดียวติดกันอย่าง ปะป๊า หม่าม้า) หมี่ฮุ้นสามารถเรียกชื่อตัวเองได้แล้ว! เยๆ! เรียก “มีฮู้น” แบบไม่ค่อยชัดนัก แต่แค่นี้ปะป๊าก็เหวอแล้ว ชื่อตั้งซะเรียกยาก ขนาดผู้ใหญ่ยังเรียกผิดๆถูกๆเลย “หมี่หุ้น” บ้าง “หมี่ฮุ่ง” บ้าง แต่หมี่ฮุ้นเรียกถูก เฮ
เคยพูดไปแล้วเหมือนกันว่าเล่นกับเด็กนี่ไม่ใช่ง่ายๆ ถือเป็นความสามารถเฉพาะตัวของแต่ละคน บางคนมีพรสวรรค์พิเศษ ทำอะไรเด็กก็ชอบ ทำอะไรเด็กก็ขำ กลายเป็นหัวหน้าเด็กไป
ไอ้ตอนแรกผมก็นึกว่าผมเล่นกับเด็กพอใช้ได้ แต่วันนี้พบข้อจำกัดซะแล้ว หลังจากไปเจอลูกชายวัยสี่ขวบของคนรู้จักคนหนึ่งเข้า
ไอ้อายุสี่ขวบเนี่ย พูดคล่อง เดินคล่อง เป็นตัวของตัวเองระดับหนึ่ง แต่ก็ยังไม่คล่องถึงขนาดจะคุยอะไรจริงๆจังๆได้รู้เรื่องนัก จะคุยแบบคุยกับผู้ใหญ่ก็ยังไม่ค่อยได้ หรือจะคุยแบบคุยกับหมี่ฮุ้นก็ยิ่งไม่ได้ใหญ่
ปรากฏว่าผมทำเป็นอย่างเดียวคือคุยแบบคุยกับหมี่ฮุ้น ซึ่งผมมีอยู่ไม่กี่มุกหรอก มุกที่ใช้คุยกับหมี่ฮุ้นบ่อยๆก็คือ มุกทำเสียงประหลาด ทำหน้าประหลาด หรือพูดไม่เป็นภาษามนุษย์ ซึ่งทำให้หมี่ฮุ้นชอบใจได้อยู่
แต่มุกแบบนี้ไปใช้กับเด็กสี่ขวบไม่เวิร์ก ลองแล้ว…ไอ้หนูมองหน้าผมแบบงงๆ ตาลุงคนนี้เป็นอะไรหว่า…เหอะๆๆ จ๋อย
แหม ของแบบนี้มันก็ต้องค่อยเป็นค่อยไปล่ะนะ ผมว่ารอจนหมี่ฮุ้นสี่ขวบ หมี่ฮุ้นก็คงจะสอนวิธีเล่นกับเด็กสี่ขวบให้ผมได้บ้างล่ะน่า แบบว่าเรียนรู้ไปพร้อมๆกันทั้งสองฝ่ายไง
วิดีโอโชว์ความเก๋าของหมี่ฮุ้นในการปีนลงจากเตียง และเข็นรถเข็น อายุเกือบขวบ
(จริงๆไม่เก๋าเท่าไหร่หรอก กว่าจะผ่านมาถึงขั้นนี้ได้ หมี่ฮุ้นต้องอาศัยการฝึกซ้อมมานานนับเดือนทีเดียว ถ้าลูกใครขวบสองขวบแล้วยังไม่เก๋าขนาดนี้ก็ไม่ต้องตกใจไป ลูกมันไม่อยากเดิน ทำยังไง๊มันก็ไม่เดินให้เราดูหรอก พอใจเมื่อไหร่มันก็ทำของมันเองแหละ)
กำลังคิดดีใจอยู่ว่า เราโชคดีที่ตั้งแต่เกิดมาหมี่ฮุ้นไม่ค่อยได้ไปหาหมอ ไม่มีเรื่องให้ต้องปวดหัวมาก จำได้ว่าหมี่ฮุ้นตัวร้อนอยู่สองครั้ง แต่ก็ตัวร้อนแบบคึกๆทั้งสองครั้ง ยังเฮฮาอยู่ได้ ไม่ซึมเท่าไหร่ ถึงครั้งที่สองจะทำเอาป๊าม้าไม่ค่อยได้นอนเพราะต้องคอยเช็ดตัว คอยวัดไข้หมี่ฮุ้นตลอดทั้งคืน แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี
แต่สุดท้ายก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นเมื่อเช้านี้เอง รูปด้านบนถ่ายหลังเวลาเกิดเหตุประมาณชั่วโมงนึงได้ สถานการณ์คลี่คลายลงไปจนกลายเป็นปกติแล้ว หมี่ฮุ้นเลยยิ้มสู้กล้องได้ ดังรูป
เมื่อเช้านี้ตื่นมา หมี่ฮุ้นโยเย ไม่ยอมกินนม ปัดขวดนมตลอด ลุกยืนบนเตียง คว้านู่นคว้านี่ ปะป๊าเหลือบตาขึ้นมาดูนิดหน่อยแล้วก็นอนคลุมโปงต่อ ในขณะที่หม่าม้าก็พยายามให้หมี่ฮุ้นกินนมให้ได้ ทำทุกวิถีทางทั้งหลอกล่อ ทั้งทำทีเป็นแย่งขวดนม หมี่ฮุ้นก็ยังงอแงดิ้นไปดิ้นมา สุดท้ายหม่าม้าหันหลังให้หมี่ฮุ้นไปกอดตุ๊กตามามี่โปโกะแทน แล้วบอกว่า หม่าม้าไม่รักหมี่ฮุ้นแล้ว หมี่ฮุ้นดื้อ หม่าม้ารักโปโกะดีกว่า…
ไม่ทันขาดคำได้ยินเสียง ตุ้บ…พลั่ก…แง๊!!! ฮือ ฮือ… หมี่ฮุ้นเรียกร้องความสนใจด้วยการพุ่งหลาวลงจากเตียง ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น ถึงกับเอาปากลงก่อน ตายเป็นตาย ในเมื่อหม่าม้ารักโปโกะมากกว่าล่ะก็ ฮึ่ม!
ได้ผล ทั้งปะป๊าทั้งหม่าม้ากระโดดพรวดขึ้นจากเตียง หม่าม้าเข้าถึงหมี่ฮุ้นได้ก่อน รีบอุ้มขึ้นมาดูอาการ ไอ๊หยา! เลือดกบปาก!
ปะป๊ามือไม้สั่น รีบพุ่งไปที่เก๊ะเก็บกุญแจรถ คิดในใจว่าต้องบึ่งไปโรงบาลแน่แล้ว แต่แค่เดินวนอยู่ไม่นาน เลือดก็หยุด เหลือแต่เสียงสะอึกสะอื้นของหมี่ฮุ้นจอมอึด พร้อมกับร่องรอยปากบวมเจ่ออย่างที่เห็น
ย้อนกลับไปนึกถึงภาพเมื่อเช้านี้ก็ใจหายเหมือนกัน ปะป๊าเห็นเลือดหมี่ฮุ้นแล้วเจ็บแทน จะโมโหหม่าม้าที่หันหลังให้หมี่ฮุ้นก็ใช่ที่ เพราะปะป๊าเองก็นอนคลุมโปงอยู่ (ยิ่งแย่ใหญ่…ฮ่า) มันเป็นความรู้สึกที่แปลกดี ไม่นึกว่าจะตกใจกันขนาดนั้น จริงๆแล้วเลือดออกแค่หยดสองหยดเองมั๊ง แต่ความรู้สึกปะป๊ามันทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ไป
สรุปว่าหมี่ฮุ้นรอดชีวิตมาได้ครบหนึ่งปีแล้วครับ เฮ!!! ตอนที่กำลังเขียนอยู่นี่ก็เข้าวันคริสมาสต์อีฟ หรือวันที่ 24 ธันวาคม วันเกิดหมี่ฮุ้นพอดี ครบขวบแล้วพร้อมกับรอยปากเจ่อเป็นของที่ระลึกข้ามขวบปี เฮ
จริงๆหมี่ฮุ้นพูดได้ก่อนเดินนิดหน่อย นอกจากจะเรียก ป๊า ม๊า และ แหมมๆ(แปลว่าหิว)แล้ว หมี่ฮุ้นยังรู้จักเรียกสัตว์ได้ด้วย ทุกครั้งที่หมี่ฮุ้นเห็นตู้ปลา หรือเห็นบ่อน้ำหมี่ฮุ้นจะพูดว่า “ปา ปา” เข้าใจว่าปู่เป็นคนสอน อยากรู้เหมือนกันว่าหมี่ฮุ้นจะแยกออกหรือเปล่าว่า ป๊ากับปา มันต่างกันยังไง หรือจะงงว่าอะไรๆก็ชื่อ ปา ปา ไปหมด
สัตว์อีกประเภทนึงที่หมี่ฮุ้นเรียกได้คือหมา แต่หมี่ฮุ้นไม่ได้เรียกคำว่าหมา แต่ใช้การทำปากจู๋แล้วส่งเสียงสั้นๆว่า “อู่ อู่” ในลำคอแทน หมี่ฮุ้นจะทำเสียงนี้แทบทุกครั้งที่ได้ยินหมาเห่า หรือว่าเห็นหมาแถวๆบ้าน สันนิษฐานกันว่าหมี่ฮุ้นกำลังพยายามทำเสียงเห่าให้เหมือนหมา ในขณะเดียวกันก็เลียนแบบหน้าตาให้เหมือนหมาไปด้วย แบบว่าหมามีปากยื่นยาวออกมาก็ หมี่ฮุ้นเลยต้องทำปากจู๋ยื่นออกมาด้วย คิดว่าน่าจะใกล้เคียงหมาที่สุด
แต่วันนี้หมี่ฮุ้นได้เจอหมาตัวเป็นๆอย่างใกล้ชิด เป็นหมาตัวเล็กๆน่ารัก ที่แสดงความสนใจหมี่ฮุ้นอย่างมาก ทั้งดมทั้งเลียขาหมี่ฮุ้น แต่หมี่ฮุ้นไม่ยักจะส่งเสียงอะไร ได้แต่นั่งคอเกร็งตัวเกร็งในอ้อมกอดหม่าม้าตลอดเวลา… แหม่ ไม่แน่จริงนี่นาลูกหมี่ของปะป๊า
พาหมี่ฮุ้นไปเยี่ยมบ้านเพื่อนปาป๊าเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว หมี่ฮุ้นตื่นตาตื่นใจเช่นเคย (ที่ไหนๆก็ดีกว่าบ้านตัวเองทั้งนั้น) ตลอดสามชั่วโมงหมี่ฮุ้นก็เดินสำรวจไม่หยุด เดินไปล้มไป ปาป๊าจับภาพไว้ได้เลยเอามาให้ดูกันเล่นๆ













