เมื่อวานผ่านร้านขายหมา เจอหมาตัวเล็กๆ น่ารักอยู่ในกรง

หม่าม้าถามหมี่ฮุ้น “หมี่ฮุ้นจะเลี้ยงหมาไม๊ลูก?”

หมี่ฮุ้นตอบ “ไม่เลี้ยงหมา”

“อ้าว ไม่เลี้ยงหมาแล้วหมี่ฮุ้นจะเลี้ยงอะไรคะ?”

“เลี้ยงพูแบร์…”

Note on July 4th, 2009

ช่วงนี้ย่าจ๋าไปหาย่าทวดที่สงขลา ไปหลายวันทีเดียว สลับกับย่าหมั่นขึ้นมาอยู่กรุงเทพแทน ตอนนี้หมี่ฮุ้นเลยมีแต่ปู่จ๋า กับม่าจ๋าคอยอยู่ดูแทน

หมี่ฮุ้นมีย่ามีปู่หลายคน มีปู่จ๋ากับย่าจ๋าเป็นหลัก มีปู่เปี๊ยกกับย่าตุ๊กที่หมี่ฮุ้นมักจะเรียกชื่อบ่อยๆรองลงมา แล้วก็มีปู่นิยมบ้าง ย่าสุ่นบ้าง ในหมู่บ้านก็ยังมีอีกหลายย่าหมี่ฮุ้นจำไม่หวาดไม่ไหว

สองสามวันที่ผ่านมาหมี่ฮุ้นก็จะเรียก ย่าจ๋า ย่าจ๋าอยู่บ้าง เพราะว่าปกติในแต่ละวันหมี่ฮุ้นจะต้องข้ามไปอยู่กับย่าจ๋าวันละซักชั่วโมงสองชั่วโมง หม่าม้าก็เลยต้องคอยบอกหมี่ฮุ้นว่าย่าจ๋าไม่อยู่ ย่าจ๋าไปหาย่าทวด

คราวนี้หมี่ฮุ้นก็มีย่าเพิ่มมาอีกคน นอกจากย่าจ๋า ย่าตุ๊ก ย่าสุ่น ย่าติ๋ว ย่าหมั่น… ก็ยังมี ย่าทวด เพิ่มมาอีก
แต่ไม่รู้ว่าหมี่ฮุ้นจะเข้าใจคำว่าทวดว่าคืออะไร ทำไมถึงมาต่อท้ายคำว่าย่า ฟังดูแล้วไม่เห็นเหมือนคำอื่น
วันนี้หม่าม้าถามหมี่ฮุ้นว่า ย่าจ๋าไปไหน ย่าจ๋าไปหาใคร หมี่ฮุ้นตอบ “ย่าทวด”

แล้วหมี่ฮุ้นก็พูดต่อ “ปู่ทวด ย่าทวด หม่าม้าทวด หม่าม้าทวด…” เออ…ศัพท์ใหม่แฮะ

ช่วงนี้หมี่ฮุ้นช่างพูดมาก เลียนแบบไปได้ซะทุกคำพูด รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง ส่วนใหญ่หมี่ฮุ้นจะไม่รู้ความหมายหรอก แต่อาจจะเดาได้จากสถานการณ์และสิ่งแวดล้อม

เวลาปะป๊ากินข้าว ปะป๊ามักจะไม่แบ่งให้หมี่ฮุ้นกิน แต่หมี่ฮุ้นก็ทำหน้าตาอยากกิน เดินเข้ามาหา มาดูชามข้าวปะป๊าแล้วพูดว่า “กินให้ กินให้” (แปลว่าหนูจะกิน) ปะป๊าก็ทำท่าทางมือพัดปากแล้วบอกว่า “ไม่ได้ลูก หมี่ฮุ้นกินไม่ได้ เผ็ดๆ” หลังจากนั้น เวลาหมี่ฮุ้นเห็นปะป๊ากินอะไร หมี่ฮุ้นก็แค่เดินเข้ามาหา เอามือพัดปากตัวเองแล้วบอก “เผ็ดๆ” (ปะป๊าก็เลยกินขนมคนเดียวได้สบายใจ ไชโย :D)

อ้อ…จริงๆแล้วที่ใช้มุขนี้ได้ผลก็เพราะว่าเคยให้หมี่ฮุ้นลองชิมของเผ็ดจริงๆดูแล้วด้วย แค่แตะปลายๆช้อน หมี่ฮุ้นก็ทำหน้าแปลกๆ ตาโต สั่นหัวไปมา แบบทำอะไรไม่ถูก พร้อมกับแลบลิ้นออกมาด้วย ฮ่า ขำ

เมื่อก่อนตอนยังพูดไม่ได้ เวลาหมี่ฮุ้นเดินเข้าใกล้ปลั๊กไฟแล้วจะเอานิ้วไปจิ้ม หมี่ฮุ้นก็มักจะได้ยินเสียงประสานจากหม่าม้า ปะป๊า “หมี่ฮุ้น!”

ตอนนี้หมี่ฮุ้นพูดได้บ้างแล้ว บางทีหมี่ฮุ้นเดินเข้าใกล้ปลั๊กไฟ ทำท่าจะเอานิ้วจิ้มเหมือนเดิม หมี่ฮุ้นกลับพูดเอง “หมี่อุ๊น!” แล้วก็หันมามองปะป๊า… เอาสิ

ช่วงที่ผ่านมาหมี่ฮุ้นสามารถต่อ ก.ไก่ ถึง ฮ.นกฮูกได้ โดยใช้วิธีต่อคำ

หม่าม้า: “ก เอ๋ย ก…”
หมี่ฮุ้น: “ไก่”
หม่าม้า: “ขอไข่ใน…”
หมี่ฮุ้น: “เย้า”
หม่าม้า: “ขอขวดของ…”
หมี่ฮุ้น: “เยา”

ไปเรื่อยๆจนถึง ฮ นกฮูก ถูกบ้างผิดบ้าง ลืมบ้างสองสามตัว เวลาตัวไหนไม่ต่อทันที หม่าม้าก็จะ “ดอชะดาหุน….หุนอะไรลูก” หมี่ฮุ้นก็จะตอบ “หัน”

เมื่อตะกี๊หม่าม้านั่งบนเตียง กำลังจะกล่อมหมี่ฮุ้นนอน หมี่ฮุ้นก็เข้ามากอด มาซบอกหม่าม้านิ่งๆ บรรยากาศน่าหลับ หม่าม้าก็พืมพำขึ้นมา “หมี่ฮุ้นคิดอะไรอยู่อ่ะลูก”

หมี่ฮุ้นตอบมาเบาๆ “…ตี้………..คิตตี้”

Mehoon hehetoto

รูปหมี่ฮุ้นเมื่อตอนอายุหนึ่งขวบสี่เดือน กับโตโต้ตอนอายุประมาณสี่เดือน ไม่ได้เป็นเพื่อนรักอะไรหรอก เพราะหมี่ฮุ้นยังไม่ติดอะไรซักอย่างเดียว หมอนเหมิน ผ้าห่ม ตุ๊กตา ไม่ติดอะไรเลย ยังติดอย่างเดียวคือนมหม่าม้า

ผมสงสัยว่านิทานเรื่องแจ๊คผู้ฆ่ายักษ์นั้น เอามาอ่านให้เด็กฟังได้ยังไง คิดไปคิดมาก็เป็นเรื่องที่ไร้เหตุผล ไร้สาระ และไม่มี poetic justice อีกต่างหาก

แจ๊คเป็นเด็กเกเร ไม่เชื่อฟังแม่ เอาแต่ใจตัวเอง แม่ให้เอาวัวไปขายเพราะไม่มีเงินแล้ว แต่แจ๊คกลับเอาวัวไปแลกกับถั่ว

แต่ดันโชคดี ถั่ววิเศษสูงขึ้นไปถึงปราสาทยักษ์ผู้รำ่รวย มีทั้งแม่ไก่ไข่เป็นทอง มีเงินเยอะแยะ แจ๊คก็มีสันดานเด็กขี้ขโมยปีนขึ้นไปขโมยของยักษ์ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ผิดก็แค่ตัวใหญ่ หน้าตาน่ากลัว สุดท้ายขโมยของยังไม่พอ ยังตัดต้นถั่วปล่อยให้ยักษ์ตกลงมาตายอีกต่างหาก

ไม่รู้จะบอกหมี่ฮุ้นยังไง ตกลงยักษ์มันผิดตรงไหน? แล้วแจ๊คเป็นแบบอย่างที่ดีหรือไม่? ไม่อย่างแน่นอน… แล้วจะเล่าให้ลูกฟังกันทำไมเนี่ย เรื่องนี้

สงสัยว่าจะต้องแต่งตอนจบที่แท้จริงของเรื่องแจ๊คผู้ฆ่ายักษ์ให้หมี่ฮุ้นเป็นพิเศษซะแล้ว… จบยังไงดีล่ะถึงจะถูกต้อง?


Note on February 3rd, 2009

เดี๋ยวนี้หมี่ฮุ้นพูดได้แล้วเป็นคำๆ มักจะเลียนแบบเสียงพูดคำสุดท้ายที่ได้ยินแล้วพูดตามแบบนกแก้วนกขุนทอง รู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง แต่คำที่ไม่ต้องเลียนแบบ เข้าใจความหมาย และชอบพูดบ่อยๆคือ “ไป” “ตู” “น้อง” “ปะป๊า”

ไป - ออกอาการพร้อมกับชี้ไปนอกห้อง นอกบ้าน แปลว่าให้พาออกไปเที่ยวหน่อย
ตู - ความหมายคล้ายๆกับไป แต่ว่าชี้ที่ประตู
น้อง - เจอมนุษย์ตัวเล็กจะเรียกน้อง เรียกพี่ก็ได้ แต่มักจะแยกไม่ออก
ปะป๊า - แน่นอนอยู่แล้ว ใช้เรียกปะป๊าสุดที่รักนั่นเอง โดยเฉพาะเรียกตอนตื่นนอน หมี่ฮุ้นจะเดินมาข้างๆหัวปะป๊าซึ่งกำลังหลับอยู่ ก้มตัวลงมาเอามือจับหน้าปะป๊า แล้วก็เปล่งเสียง “ปะป๊า! ปะป๊า!” ดังลั่น เอาเข้าไป…

แต่เมื่อสักครู่นี้ ความอัศจรรย์ได้บังเกิดขึ้นแล้ว หมี่ฮุ้นสามารถพูดสองพยางค์ติดกันได้ (ไม่ใช่คำๆเดียวติดกันอย่าง ปะป๊า หม่าม้า) หมี่ฮุ้นสามารถเรียกชื่อตัวเองได้แล้ว! เยๆ! เรียก “มีฮู้น” แบบไม่ค่อยชัดนัก แต่แค่นี้ปะป๊าก็เหวอแล้ว ชื่อตั้งซะเรียกยาก ขนาดผู้ใหญ่ยังเรียกผิดๆถูกๆเลย “หมี่หุ้น” บ้าง “หมี่ฮุ่ง” บ้าง แต่หมี่ฮุ้นเรียกถูก เฮ

Note on December 28th, 2008

วิดีโอโชว์ความเก๋าของหมี่ฮุ้นในการปีนลงจากเตียง และเข็นรถเข็น อายุเกือบขวบ

(จริงๆไม่เก๋าเท่าไหร่หรอก กว่าจะผ่านมาถึงขั้นนี้ได้ หมี่ฮุ้นต้องอาศัยการฝึกซ้อมมานานนับเดือนทีเดียว ถ้าลูกใครขวบสองขวบแล้วยังไม่เก๋าขนาดนี้ก็ไม่ต้องตกใจไป ลูกมันไม่อยากเดิน ทำยังไง๊มันก็ไม่เดินให้เราดูหรอก พอใจเมื่อไหร่มันก็ทำของมันเองแหละ)

Note on November 22nd, 2008

จริงๆหมี่ฮุ้นพูดได้ก่อนเดินนิดหน่อย นอกจากจะเรียก ป๊า ม๊า และ แหมมๆ(แปลว่าหิว)แล้ว หมี่ฮุ้นยังรู้จักเรียกสัตว์ได้ด้วย ทุกครั้งที่หมี่ฮุ้นเห็นตู้ปลา หรือเห็นบ่อน้ำหมี่ฮุ้นจะพูดว่า “ปา ปา” เข้าใจว่าปู่เป็นคนสอน อยากรู้เหมือนกันว่าหมี่ฮุ้นจะแยกออกหรือเปล่าว่า ป๊ากับปา มันต่างกันยังไง หรือจะงงว่าอะไรๆก็ชื่อ ปา ปา ไปหมด

สัตว์อีกประเภทนึงที่หมี่ฮุ้นเรียกได้คือหมา แต่หมี่ฮุ้นไม่ได้เรียกคำว่าหมา แต่ใช้การทำปากจู๋แล้วส่งเสียงสั้นๆว่า “อู่ อู่” ในลำคอแทน หมี่ฮุ้นจะทำเสียงนี้แทบทุกครั้งที่ได้ยินหมาเห่า หรือว่าเห็นหมาแถวๆบ้าน สันนิษฐานกันว่าหมี่ฮุ้นกำลังพยายามทำเสียงเห่าให้เหมือนหมา ในขณะเดียวกันก็เลียนแบบหน้าตาให้เหมือนหมาไปด้วย แบบว่าหมามีปากยื่นยาวออกมาก็ หมี่ฮุ้นเลยต้องทำปากจู๋ยื่นออกมาด้วย คิดว่าน่าจะใกล้เคียงหมาที่สุด

แต่วันนี้หมี่ฮุ้นได้เจอหมาตัวเป็นๆอย่างใกล้ชิด เป็นหมาตัวเล็กๆน่ารัก ที่แสดงความสนใจหมี่ฮุ้นอย่างมาก ทั้งดมทั้งเลียขาหมี่ฮุ้น แต่หมี่ฮุ้นไม่ยักจะส่งเสียงอะไร ได้แต่นั่งคอเกร็งตัวเกร็งในอ้อมกอดหม่าม้าตลอดเวลา… แหม่ ไม่แน่จริงนี่นาลูกหมี่ของปะป๊า

ตอนนี้หมี่ฮุ้นอายุครบเจ็ดเดือนแล้ว เริ่มซนมากขึ้น ตื่นปุ๊บคลานทันที ไม่มีหยุดนิ่ง เลยทำให้ลงไปนอนแอ้งแม้งข้างเตียงเป็นครั้งที่สองแล้ว

จากรูปจะเห็นว่าหมี่ฮุ้นมีฟันขึ้นสองซี่แล้ว ชอบใช้งานฟันทั้งสองซี่นี้มาก คว้าอะไรเป็นจับกัดตลอด เห็นกรามเล็กๆฟันเล็กๆอย่างนี้ กัดเจ็บมาก โดยเฉพาะนิ้วป๊านิ้วม้าจะกัดเจ็บเป็นพิเศษ ทีนิ้วตัวเองล่ะแค่อมๆเท่านั้นเอง

อีกอย่างที่หมี่ฮุ้นชอบเล่นมากก็คือเป่า แบบผมกำลังนอนชันเข่าอยู่ดีๆ หมี่ฮุ้นก็คลานมาเกาะแล้วก็เอาปากเป่าหัวเข่าผม เละไปหมด ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเด็กวัยนี้ไปเรียนการเป่าปาก เล่นน้ำลาย เป่าพุง เป่าหัวเข่ามาจากไหน ไม่ได้มีใครสอนมันซะหน่อย แต่เท่าที่ลองถามดูปรากฏว่าทำเหมือนๆกันหมด มันอยู่ในยีนหรือยังไงกัน

เมื่อวันก่อนหม่าม้าหมี่ฮุ้นตั้งข้อสังเกตุว่า เอ…ตอนที่ลูกยังพูดไม่ได้นี่ลูกจะคิดอะไร (หรือแม้กระทั่ง คิดหรือไม่)
ปกติผู้ใหญ่อย่างเราๆ เวลาคิดก็คิดเป็นภาษา แล้วแต่ใครถนัดภาษาอะไรก็คิดภาษานั้น ความคิดสำหรับผู้ใหญ่ก็เป็นแค่การ “พูดในใจ” หรือ “พูดในใจประกอบภาพ” เท่านั้น

Previous research found that infants are sensitive to the acoustic variations in languages that adults can no longer hear. For instance, an adult native-English speaker will not hear all of the sounds of Korean and vice versa. Infants hear these subtleties and lose this awareness as their language skills develop over the first year of life.
จาก exploration.vanderbuilt.edu

จากข้อมูลรีเสิร์ชพบว่า เด็กทารกที่ยังพูดไม่ได้นั้น มีความสามารถในการรับรู้และแยกแยะความแตกต่างในเสียงที่ได้ยิน มากกว่าผู้ใหญ่ที่รู้ภาษาแล้วเสียอีก ซึ่งถ้าจะให้ยกตัวอย่างง่ายๆก็เช่น ถ้าเราถามคนที่พูดภาษาอังกฤษ เป็นภาษาหลักสักคนหนึ่ง ว่าสามารถแยกชุดคำเหล่านี้ได้หรือไม่ - ใคร ไข่ ไข้ ไคล้ ไข - ก็จะพบว่าคนๆนั้น จะแทบไม่ได้ยินความแตกต่างของเสียงพวกนี้เลย ไม่ต้องพูดถึงความหมายด้วยซ้ำ
อ่านต่อ »