เมื่อวานหมี่ฮุ้นไปส่งอี๊หลิงที่สนามบิน ปะป๊าจับภาพอี๊หลิงกะอี๊เก๋กระทำทารุณกรรมหนูได้พอดี เป็นเด็กก็งี๊แหละ ใครจะทำอะไรก็ได้ หนูไม่มีทางสู้
ตอนหมี่ฮุ้นเกิดใหม่ๆ ปาป๊ามาม้าก็ตกลงกันไว้ว่ามาม้าจะอยู่บ้านเลี้ยงลูกเองไปซัก 6 เดือนแล้วค่อยออกไปทำงานนอกบ้าน เพราะมาม้าปาป๊ากลัว ไม่อยากจ้างคนเลี้ยงมาเลี้ยงลูกตอนยังเล็กมาก แล้วหมี่ฮุ้นก็จะได้กินนมแม่นานๆหน่อยด้วย ตอนนี้ 6 เดือนแล้ว ปาป๊ามาม้าก็ยังกลัวอยู่ดี นอกจากกลัวแล้วก็ยังไม่อยากพลาดอะไรๆครั้งแรกของชีวิตลูกเพราะมัวแต่ไปรถติดอยู่นอกบ้านอีกด้วย เดือนๆผ่านไปเร็วเหลือเกิน หมี่ฮุ้นกับปาป๊ามาม้าเรียนรู้อะไรใหม่เพิ่มขึ้นทุกวัน อย่างเมื่อวานนี้มาม้าพาหมี่ฮุ้นไปบ้านอี๊หลิงครึ่งวัน กลับมาบ้านปั๊บก็มีความสามารถใหม่มาโชว์ให้ปาป๊าดูว่าหมี่ฮุ้นคลานขึ้นหน้าได้แล้วนะจ๊ะ จากที่เคยได้แต่ถอยหลัง คราวนี้เราต้องระวังกันยิ่งขึ้นกว่าเดิม ตอนนี้ปาป๊ามาม้าก็เลยคิดกันว่าจะดูไปอีกซัก1-2เดือน ถ้างานการของปาป๊าเข้าที่เข้าทาง มาม้าก็คงจะอยู่บ้านเลี้ยงหมี่ฮุ้นไปจนถึงซักปีนึง แม่คนอื่นๆที่เค้าสามารถทำงานไปด้วยเลี้ยงลูกไปด้วยนี่เค้าเก่งมหาเก่งจริงๆ มาม้าไม่อยากเช้าออกไปทำงานลูกยังไม่ตื่น ค่ำรถติดกว่าจะกลับถึงบ้านลูกก็หลับไปแล้ว อาจจะทำให้เรามีเงินมากขึ้น แต่ต้องให้คนอื่นๆมาบอกว่าลูกพูดได้แล้วนะ ลูกเดินได้แล้วนะ ชีวิตมันเศร้าจริงๆ เรายอมเงินน้อยหน่อยกันดีกว่านะลูกนะ
แนะนำเวปใหม่ www.totspot.com กึ่งๆ social networking แต่ทำเพื่อเด็กทารกและครอบครัวโดยเฉพาะ เหมือนเป็นพวก hi5, myspace อะไรทำนองนั้นแต่แนวน่ารักแบบเด็กๆ เอาไว้เก็บข้อมูลลูกได้ แต่ว่าดูได้เฉพาะสมาชิกเวปเท่านั้น
เห็นว่าคอมเม้นท์นี้น่าสนใจ เลยต้องยกมาไว้ขึ้นเป็นโพสต์ใหม่เลยแล้วกัน ขอบคุณแอน แม่น้องภูมิ แม่นู๋จิ๊บ(ที่ยกมาจาก pantip.com) จ้ะ อ้อของออริจินอลภาคภาษาอังกฤษหาอ่านได้ที่ msnbc.com แต่ไทยรัฐก็แปลมาใช้ได้แล้วล่ะ
ห้ามให้เด็กไม่ถึง 6 เดือนกินน้ำมาก จะเป็นโรค ‘เมา น้ำ’ ขึ้นจนถึงแก่ชีวิต
หมอของศูนย์เด็กจอห์น ฮอบกิ้นส์ของสหรัฐฯ บอกเตือนผู้ที่เป็นพ่อแม่ว่า ไม่ควรปล่อยให้ลูกซึ่งอายุยังไม่ถึง 6 เดือนดี กินน้ำมากนัก เพราะอาจทำให้ไม่สบาย มีอาการที่เรียกว่า “เมาน้ำ” ซึ่งคุกคามต่อชีวิตได้ดร.เจนนิเฟอร์ แอนเดอส์ แพทย์กุมารเวช กล่าวให้ฟังว่า “ทารกขนาดนี้ แม้ว่าตัวจะยังเล็กอยู่ แต่ก็มีปฏิกิริยาโต้ตอบกับความกระหาย หรือเกิดความกระหายน้ำสมบูรณ์แล้ว แต่ของ เหลวที่ควรจะให้ดื่ม ควรจะเป็นนมแม่หรือนมผสมเท่านั้น เพราะไตของเด็กยังโตไม่เต็มที่ การปล่อยให้กินน้ำมาก อาจทำให้ร่างกายปล่อยโซเดียม ทิ้งไปกับปริมาณน้ำที่มากเกินนั้น การสูญเสียโซเดียม จะทำให้การทำงานของสมองขัดข้อง อาการแรกเริ่มของการเมาน้ำ อาจจะมีตั้งแต่กระสับกระส่าย อุณหภูมิของร่างกายตก หน้าตาบวมและอาจชักได้
หมอเจนนิเฟอร์บอกว่า อาการมันค่อนข้างจะลับๆ ล่อๆ อาการตอนแรกจะดูไม่ค่อยออก จนกว่าพ่อแม่จะเห็นจากอาการชัก แต่หากว่ารีบให้หมอดูได้เร็ว ก็คงจะไม่เป็นอยู่นาน
หมอกับคณะให้คำแนะนำว่าไม่ควรจะให้น้ำในฐานะที่เป็นเครื่องดื่มกับทารกที่อายุยังไม่ถึง 6 เดือนดี รวมทั้งพ่อแม่ไม่ควรจะให้นมผสมที่เจือจางเกิน ไป ตลอดจนเครื่องดื่มสำหรับเด็กที่มีสารเกลือ แร่ด้วย ส่วนทารกที่โตกว่านั้น ในบางกรณีอาจ จะให้น้ำเล็กน้อยได้ เพื่อกันท้องผูกหรือในยามอากาศร้อน แต่ควรจะปรึกษากับหมอดูก่อน และควรจะให้แต่ละครั้งไม่เกิน 30-60 ซีซี หากว่าพ่อแม่คนใดคิดว่าลูกของตัวมีอาการเมาน้ำ หรืออาการชัก ควรจะพาไปหาแพทย์ ทันที.
จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐวันที่26พค.2551จากคุณ : แม่นู๋จิ๊บ - [ 26 พ.ค. 51 09:41:43 ]
หมี่ฮุ้นหาวิธีกล่อมตัวเองนอนใหม่แล้ว เมื่อก่อนแค่ร้องอือๆ เดี๋ยวนี้พัฒนาครับ

หนูโดนคุณย่าแกล้งด้วยความหวังดี (ผู้ใหญ่มักจะอ้างแบบนี้เป็นประจำแหละ ทำไปเพราะหวังดี ทำไปเพราะรัก) แต่ทำไมคุณย่าไม่เข้าใจจิตใจหนูเลย ทรงผมที่หนูไว้ มันอาจจะวัยรุ่นเกินไปบ้าง ดูเหมือนจะแยงตาน่ารำคาญ แต่คุณย่าก็ไม่น่าจะทำกับหัวหนูถึงขนาดนี้เลย แล้วหนูจะเอาหน้าไปพบญาติพี่น้องได้ยังไงล่ะเนี่ย ฮือ…
เมื่อวานซืนมียายป้าผู้ไม่ประสงค์ดีคนหนึ่ง พยายามยัดเยียด เปลี่ยนชื่อเสียงหมี่ฮุ้นซะใหม่ เรียกว่า “หมีหุน” แทน
อันนี้ก็เข้าใจได้ว่า จิตเจตนาคนคิดส่อไปทางร้ายอย่างเห็นได้ชัด ถึงแม้จะบอกว่าเตือนด้วยความหวังดี แต่ฮึ่ม ถ้าเจอหน้าอีกที จะให้หมีหุน เอ๊ย หมี่ฮุ้นตะปบซะให้
เมื่อวานพาหมี่ฮุ้นไปฉีดวัคซีนอีก วัคซีนชุดเดียวกับที่ฉีดไปครั้งที่แล้ว แต่คราวนี้เป็นเข็มที่สอง นัยว่าเพื่อความชัวร์ คราวนี้ไม่มีออกอาการอะไรเลยทั้งตอนฉีด หรือตอนกลางคืน หมอจิ้มเข็มจึ๊กเข้าไปก็ทำหน้าเฉยๆ กลับมาบ้านก็นอนหลับปุ๋ย นึกว่าจะนอนฝันร้ายแบบครั้งที่แล้วอีก



