Note on February 3rd, 2009

เดี๋ยวนี้หมี่ฮุ้นพูดได้แล้วเป็นคำๆ มักจะเลียนแบบเสียงพูดคำสุดท้ายที่ได้ยินแล้วพูดตามแบบนกแก้วนกขุนทอง รู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง แต่คำที่ไม่ต้องเลียนแบบ เข้าใจความหมาย และชอบพูดบ่อยๆคือ “ไป” “ตู” “น้อง” “ปะป๊า”

ไป - ออกอาการพร้อมกับชี้ไปนอกห้อง นอกบ้าน แปลว่าให้พาออกไปเที่ยวหน่อย
ตู - ความหมายคล้ายๆกับไป แต่ว่าชี้ที่ประตู
น้อง - เจอมนุษย์ตัวเล็กจะเรียกน้อง เรียกพี่ก็ได้ แต่มักจะแยกไม่ออก
ปะป๊า - แน่นอนอยู่แล้ว ใช้เรียกปะป๊าสุดที่รักนั่นเอง โดยเฉพาะเรียกตอนตื่นนอน หมี่ฮุ้นจะเดินมาข้างๆหัวปะป๊าซึ่งกำลังหลับอยู่ ก้มตัวลงมาเอามือจับหน้าปะป๊า แล้วก็เปล่งเสียง “ปะป๊า! ปะป๊า!” ดังลั่น เอาเข้าไป…

แต่เมื่อสักครู่นี้ ความอัศจรรย์ได้บังเกิดขึ้นแล้ว หมี่ฮุ้นสามารถพูดสองพยางค์ติดกันได้ (ไม่ใช่คำๆเดียวติดกันอย่าง ปะป๊า หม่าม้า) หมี่ฮุ้นสามารถเรียกชื่อตัวเองได้แล้ว! เยๆ! เรียก “มีฮู้น” แบบไม่ค่อยชัดนัก แต่แค่นี้ปะป๊าก็เหวอแล้ว ชื่อตั้งซะเรียกยาก ขนาดผู้ใหญ่ยังเรียกผิดๆถูกๆเลย “หมี่หุ้น” บ้าง “หมี่ฮุ่ง” บ้าง แต่หมี่ฮุ้นเรียกถูก เฮ

Note on November 22nd, 2008

จริงๆหมี่ฮุ้นพูดได้ก่อนเดินนิดหน่อย นอกจากจะเรียก ป๊า ม๊า และ แหมมๆ(แปลว่าหิว)แล้ว หมี่ฮุ้นยังรู้จักเรียกสัตว์ได้ด้วย ทุกครั้งที่หมี่ฮุ้นเห็นตู้ปลา หรือเห็นบ่อน้ำหมี่ฮุ้นจะพูดว่า “ปา ปา” เข้าใจว่าปู่เป็นคนสอน อยากรู้เหมือนกันว่าหมี่ฮุ้นจะแยกออกหรือเปล่าว่า ป๊ากับปา มันต่างกันยังไง หรือจะงงว่าอะไรๆก็ชื่อ ปา ปา ไปหมด

สัตว์อีกประเภทนึงที่หมี่ฮุ้นเรียกได้คือหมา แต่หมี่ฮุ้นไม่ได้เรียกคำว่าหมา แต่ใช้การทำปากจู๋แล้วส่งเสียงสั้นๆว่า “อู่ อู่” ในลำคอแทน หมี่ฮุ้นจะทำเสียงนี้แทบทุกครั้งที่ได้ยินหมาเห่า หรือว่าเห็นหมาแถวๆบ้าน สันนิษฐานกันว่าหมี่ฮุ้นกำลังพยายามทำเสียงเห่าให้เหมือนหมา ในขณะเดียวกันก็เลียนแบบหน้าตาให้เหมือนหมาไปด้วย แบบว่าหมามีปากยื่นยาวออกมาก็ หมี่ฮุ้นเลยต้องทำปากจู๋ยื่นออกมาด้วย คิดว่าน่าจะใกล้เคียงหมาที่สุด

แต่วันนี้หมี่ฮุ้นได้เจอหมาตัวเป็นๆอย่างใกล้ชิด เป็นหมาตัวเล็กๆน่ารัก ที่แสดงความสนใจหมี่ฮุ้นอย่างมาก ทั้งดมทั้งเลียขาหมี่ฮุ้น แต่หมี่ฮุ้นไม่ยักจะส่งเสียงอะไร ได้แต่นั่งคอเกร็งตัวเกร็งในอ้อมกอดหม่าม้าตลอดเวลา… แหม่ ไม่แน่จริงนี่นาลูกหมี่ของปะป๊า