วันศุกร์ที่ผ่านมาปูหมี่ฮุ้นไปผ่าตัดทำบายพาสที่โรงพยาบาลโรคทรวงอก ผ่าตั้งแต่สี่โมงเย็นถึงประมาณทุ่มกว่าๆ แต่ก่อนผ่าต้องไปนอนโรงพยาบาลเพื่อเตรียมร่างกาย และเตรียมใจให้พร้อมล่วงหน้าแล้วสองคืน มีย่าไปนอนเป็นเพื่อนปู่ด้วย หมี่ฮุ้นเลยไม่ได้เจอปู่มาเกือบอาทิตย์แล้ว
หลังผ่าตัดเสร็จ ปู่เปลี่ยนเส้นเลือดหัวใจไปสามเส้น เห็นหมอบอกว่าเอามาจากเส้นเลือดที่ขา เลยทำให้ตอนนี้นอกจากแผลยาวที่หน้าอกแล้ว ก็ยังมีแผลยาวที่ขาข้างขวาอีกด้วย
คุณพยาบาลบอกไม่ค่อยอยากให้พาหมี่ฮุ้นไปเยี่ยม เพราะว่าโรงพยาบาลนี้มีแต่คนไข้ที่ป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับทรวงอก ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ หรือที่น่ากลัวก็คือพวกโรคที่ติดต่อกันทางอากาศได้ เช่นพวกวัณโรค เด็กขนาดหมี่ฮุ้นยังมีภูมิต้านทานไม่แข็งแรง ไม่ควรพาไป
หมี่ฮุ้นเลยต้องนั่งกินเป็ดเหงาหงอยอยู่คนเดียว แงๆ
วันนี้ป๊าม๊าพาหมี่ฮุ้นไปเที่ยวห้าง ว่าจะไปดูเตียงไม้แบบปรับได้ที่เซ็นทรัล แต่ว่าไปผิดที่ สาขารามอินทราไม่มี มีแต่เตียงพลาสติกแบบที่มีอยู่แล้ว ก็ชวดไป เห็นเขาบอกว่าต้องไปที่ลาดพร้าวแทน
ระหว่างที่หม่าม๊ากำลังเลือกชุดชั้นในอยู่นั้น คนขายก็เข้ามาเล่นกับหมี่ฮุ้น แล้วถามผมว่า “ผู้ชายใช่ไม๊คะ” ผมก็หัวเราะแหะๆด้วยนึกอยู่แล้วว่าต้องโดนถามอย่างนั้น “ผู้หญิงครับ” คนขายก็ทำหน้าเจื่อนบอก “อ๋อ เด็กๆก็อย่างนี้ล่ะค่ะ หน้าเหมือนผู้ชาย ลูกสาวหนูก็หน้าเหมือนผู้ชายตอนอายุขนาดนี้ ยิ่งผมสั้นๆอย่างนี้ยิ่งเหมือนใหญ่”
คนขายคนนี้เขามีลูกสามคนแล้ว ลูกคนเล็กอายุเก้าเดือน ผมฟังแล้วก็อึ้งอยู่ อะไรกันฟะ มีแค่หมี่ฮุ้นคนเดียว(แม่มัน)ยังเหนื่อยเลย ถ้ามีหมี่ฮุ้นเพิ่มมาอีกสองตัวจะเหนื่อยขนาดไหน
ถ้าเจอกันคราวหน้าคงจะต้องถามเทคนิคเขาซะหน่อยว่าเลี้ยงได้ยังไงสามคน ถ้าให้เดาก็คงเป็นว่า ที่บ้านมีทั้งปู่ยาตายายคอยช่วยเลี้ยงแน่ๆ
ครอบครัวสมัยโบราณครับ ครอบครัวขยายแบบไทยๆที่ดูเหมือนจะมีเหตุมีผลในตัวมันเอง พ่อแม่แต่งงานมีลูกตั้งแต่ยังหนุ่มยังสาว ทำงานไปเลี้ยงลูกไป ตอนกลางวันก็ปล่อยให้ปู่ย่าดูแล ซึ่งปู่ย่าก็มักจะไม่ได้มีอายุมากมาย ยังพอวิ่งตามไอ้ตัวเล็กทันอยู่
สมัยปัจจุบัน นอกจากจะแยกตัวออกไปอยู่กันเองแล้ว ยังแต่งงานมีลูกกันช้ามาก ปู่ย่าตายาย อายุมากเกิน จะปล่อยให้เลี้ยงลูกให้ตลอดก็ลำบาก แทนที่แก่แล้วจะได้นอนตีพุงพักผ่อน กลับต้องมาคอยวิ่งตามไอ้ตัวเล็ก ครอบครัวสมัยใหม่ก็เลยต้องจ้างพี่เลี้ยงมาช่วยเลี้ยงให้แทน
เคยนึกอยู่เหมือนกันว่าจะจ้างพี่เลี้ยงมาเลี้ยงหมี่ฮุ้น แต่ตกลงกับแม่มันแล้วว่า อย่าเพิ่งเลย ไหนๆแม่มันก็ไม่ได้ทำงานนอกบ้านอยู่แล้ว จะไปจ้างใครมาเลี้ยงทำไม แถมแม่มันยังมีความสุขอยู่กับการเป็นแม่มืออาชีพอยู่ก็ปล่อยเขาไป ใครจะมาเลี้ยงลูกเราได้ดีเท่าตัวเราเอง จริงไหม?

