เคยพูดไปแล้วเหมือนกันว่าเล่นกับเด็กนี่ไม่ใช่ง่ายๆ ถือเป็นความสามารถเฉพาะตัวของแต่ละคน บางคนมีพรสวรรค์พิเศษ ทำอะไรเด็กก็ชอบ ทำอะไรเด็กก็ขำ กลายเป็นหัวหน้าเด็กไป

ไอ้ตอนแรกผมก็นึกว่าผมเล่นกับเด็กพอใช้ได้ แต่วันนี้พบข้อจำกัดซะแล้ว หลังจากไปเจอลูกชายวัยสี่ขวบของคนรู้จักคนหนึ่งเข้า

ไอ้อายุสี่ขวบเนี่ย พูดคล่อง เดินคล่อง เป็นตัวของตัวเองระดับหนึ่ง แต่ก็ยังไม่คล่องถึงขนาดจะคุยอะไรจริงๆจังๆได้รู้เรื่องนัก จะคุยแบบคุยกับผู้ใหญ่ก็ยังไม่ค่อยได้ หรือจะคุยแบบคุยกับหมี่ฮุ้นก็ยิ่งไม่ได้ใหญ่

ปรากฏว่าผมทำเป็นอย่างเดียวคือคุยแบบคุยกับหมี่ฮุ้น ซึ่งผมมีอยู่ไม่กี่มุกหรอก มุกที่ใช้คุยกับหมี่ฮุ้นบ่อยๆก็คือ มุกทำเสียงประหลาด ทำหน้าประหลาด หรือพูดไม่เป็นภาษามนุษย์ ซึ่งทำให้หมี่ฮุ้นชอบใจได้อยู่

แต่มุกแบบนี้ไปใช้กับเด็กสี่ขวบไม่เวิร์ก ลองแล้ว…ไอ้หนูมองหน้าผมแบบงงๆ ตาลุงคนนี้เป็นอะไรหว่า…เหอะๆๆ จ๋อย

แหม ของแบบนี้มันก็ต้องค่อยเป็นค่อยไปล่ะนะ ผมว่ารอจนหมี่ฮุ้นสี่ขวบ หมี่ฮุ้นก็คงจะสอนวิธีเล่นกับเด็กสี่ขวบให้ผมได้บ้างล่ะน่า แบบว่าเรียนรู้ไปพร้อมๆกันทั้งสองฝ่ายไง :D

Note on December 28th, 2008

วิดีโอโชว์ความเก๋าของหมี่ฮุ้นในการปีนลงจากเตียง และเข็นรถเข็น อายุเกือบขวบ

(จริงๆไม่เก๋าเท่าไหร่หรอก กว่าจะผ่านมาถึงขั้นนี้ได้ หมี่ฮุ้นต้องอาศัยการฝึกซ้อมมานานนับเดือนทีเดียว ถ้าลูกใครขวบสองขวบแล้วยังไม่เก๋าขนาดนี้ก็ไม่ต้องตกใจไป ลูกมันไม่อยากเดิน ทำยังไง๊มันก็ไม่เดินให้เราดูหรอก พอใจเมื่อไหร่มันก็ทำของมันเองแหละ)

http://mehoon.enaweb.com/wp-content/uploads/2008/12/walking.flv http://mehoon.enaweb.com/wp-content/uploads/2008/12/rolling.flv

กำลังคิดดีใจอยู่ว่า เราโชคดีที่ตั้งแต่เกิดมาหมี่ฮุ้นไม่ค่อยได้ไปหาหมอ ไม่มีเรื่องให้ต้องปวดหัวมาก จำได้ว่าหมี่ฮุ้นตัวร้อนอยู่สองครั้ง แต่ก็ตัวร้อนแบบคึกๆทั้งสองครั้ง ยังเฮฮาอยู่ได้ ไม่ซึมเท่าไหร่ ถึงครั้งที่สองจะทำเอาป๊าม้าไม่ค่อยได้นอนเพราะต้องคอยเช็ดตัว คอยวัดไข้หมี่ฮุ้นตลอดทั้งคืน แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี

แต่สุดท้ายก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นเมื่อเช้านี้เอง รูปด้านบนถ่ายหลังเวลาเกิดเหตุประมาณชั่วโมงนึงได้ สถานการณ์คลี่คลายลงไปจนกลายเป็นปกติแล้ว หมี่ฮุ้นเลยยิ้มสู้กล้องได้ ดังรูป

เมื่อเช้านี้ตื่นมา หมี่ฮุ้นโยเย ไม่ยอมกินนม ปัดขวดนมตลอด ลุกยืนบนเตียง คว้านู่นคว้านี่ ปะป๊าเหลือบตาขึ้นมาดูนิดหน่อยแล้วก็นอนคลุมโปงต่อ ในขณะที่หม่าม้าก็พยายามให้หมี่ฮุ้นกินนมให้ได้ ทำทุกวิถีทางทั้งหลอกล่อ ทั้งทำทีเป็นแย่งขวดนม หมี่ฮุ้นก็ยังงอแงดิ้นไปดิ้นมา สุดท้ายหม่าม้าหันหลังให้หมี่ฮุ้นไปกอดตุ๊กตามามี่โปโกะแทน แล้วบอกว่า หม่าม้าไม่รักหมี่ฮุ้นแล้ว หมี่ฮุ้นดื้อ หม่าม้ารักโปโกะดีกว่า…

ไม่ทันขาดคำได้ยินเสียง ตุ้บ…พลั่ก…แง๊!!! ฮือ ฮือ… หมี่ฮุ้นเรียกร้องความสนใจด้วยการพุ่งหลาวลงจากเตียง ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น ถึงกับเอาปากลงก่อน ตายเป็นตาย ในเมื่อหม่าม้ารักโปโกะมากกว่าล่ะก็ ฮึ่ม!

ได้ผล ทั้งปะป๊าทั้งหม่าม้ากระโดดพรวดขึ้นจากเตียง หม่าม้าเข้าถึงหมี่ฮุ้นได้ก่อน รีบอุ้มขึ้นมาดูอาการ ไอ๊หยา! เลือดกบปาก!

ปะป๊ามือไม้สั่น รีบพุ่งไปที่เก๊ะเก็บกุญแจรถ คิดในใจว่าต้องบึ่งไปโรงบาลแน่แล้ว แต่แค่เดินวนอยู่ไม่นาน เลือดก็หยุด เหลือแต่เสียงสะอึกสะอื้นของหมี่ฮุ้นจอมอึด พร้อมกับร่องรอยปากบวมเจ่ออย่างที่เห็น

ย้อนกลับไปนึกถึงภาพเมื่อเช้านี้ก็ใจหายเหมือนกัน ปะป๊าเห็นเลือดหมี่ฮุ้นแล้วเจ็บแทน จะโมโหหม่าม้าที่หันหลังให้หมี่ฮุ้นก็ใช่ที่ เพราะปะป๊าเองก็นอนคลุมโปงอยู่ (ยิ่งแย่ใหญ่…ฮ่า) มันเป็นความรู้สึกที่แปลกดี ไม่นึกว่าจะตกใจกันขนาดนั้น จริงๆแล้วเลือดออกแค่หยดสองหยดเองมั๊ง แต่ความรู้สึกปะป๊ามันทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ไป

สรุปว่าหมี่ฮุ้นรอดชีวิตมาได้ครบหนึ่งปีแล้วครับ เฮ!!! ตอนที่กำลังเขียนอยู่นี่ก็เข้าวันคริสมาสต์อีฟ หรือวันที่ 24 ธันวาคม วันเกิดหมี่ฮุ้นพอดี ครบขวบแล้วพร้อมกับรอยปากเจ่อเป็นของที่ระลึกข้ามขวบปี เฮ