Note on August 26th, 2008

ว๊า…พอจะเขียนบล็อกนี้แล้วก็นึกขึ้นได้ อยากบ้องหัวตัวเองซักที

วันนี้พาก้อยกับหมี่ฮุ้นไปเดินเล่นที่สยาม เห็นบ่นๆว่าอยากไปเดินสยามตั้งนานแล้ว เห็นเป็นโอกาสดี เลยพาไปวันนี้ พาไปนั่งที่สตูดิโออยู่เกือบห้าชั่วโมง ก้อยพาหมี่ฮุ้นไปเดินวนสยามอยู่ซักสิบนาทีได้ กลับมาบอกพอแล้ว เห็นแล้ว (กลับบ้านได้ อารมณ์ประมาณนั้น) โถ่… นี่บอกว่าจะไปนั่งกินอาหารร้านอร่อยๆแถวสยามยังอิดออด จะไปกินก๋วยเตี๋ยวแถวทางกลับบ้านเลย แหม่ อุตส่าห์เข้ากรุงทั้งที จะกลับไปกินข้าวแถบชานเมืองอีกได้ไงกัน

ที่อยากจะบ้องหัวตัวเองก็คือ ลืมเอากล้องติดไปด้วย เอนทรี่นี้ก็เลยไม่มีรูปหมี่ฮุ้นในสยามสแควร์ให้ดู เซ็งเลย ไม่มีรูปตอนหมี่ฮุ้นทำเล่นหูเล่นตากับน้าๆอาๆที่ออฟฟิศปะป๊าด้วย เซ็ง

เหมือนตอนนี้หมี่ฮุ้นจะไม่กลัวคนแปลกหน้าแล้ว เล่นได้ยิ้มได้กับคนแปลกหน้า แถมดูท่าทางจะเป็นเด็กชอบความสนใจ วันนี้น้าอาสี่ห้าคนมายืนมองดูหมี่ฮุ้นอยู่ หมี่ฮุ้นก็หันหน้าไปมองคนนู้นทีคนนี้ที ยิ้มไปเขินไป ทำหน้าชอบอกชอบใจด้วย แปลกดี

Note on August 22nd, 2008

ตั้งแต่สามสี่วันที่แล้ว หมี่ฮุ้นก็เริ่มเปล่งเสียงเป็นคำว่า “ป๊ะป่า ม้าหม่า” ได้ (สำเนียงฝรั่งนะเนี่ย) แต่ได้แบบมั่วๆซั่วๆ ไม่รู้ว่าความหมายของมันคืออะไร รู้แต่ว่าตอนงอแง ไม่พอใจ เวลาพูด ป๊ะป่า ม้าหม่าแล้วเหมือนจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น

แต่โดยมากมักจะพูดว่า “ม้าหม่า” มากกว่า เพราะว่าพูด “ม้าหม่า” แล้วเห็นผลกว่า ม้าหม่าปุ๊บ นมมาปั๊บ พูดป๊ะป่าแล้วก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา แต่จำต้องพูดเพราะว่าโดนป๊ะป่ากรอกหูทุกวันตั้งแต่ยังอยู่ในท้องด้วยซ้ำ ถ้าไม่พูดเดี๋ยวจะยิ่งโดนไอ้ตัวป๊ะป่าเซ้าซี้อีกแน่ๆ

แต่สรุปแล้ว ทำเป็นตัวอย่างดีกว่าพูดครับ เห็นได้ชัดเลย เพราะแม่หมี่ฮุ้นนานๆจะสอนให้เรียกซักที แต่พอเรียกแล้วหมี่ฮุ้นมักจะได้ผลตอบแทนคุ้มค่า เช็ดอึล้างก้น กินนม กล่อมนอน ได้ผลทันตาเห็น แต่ปะป๊าน่ะ เรียกแล้วก็ได้แต่เข้ามาฟัดซักสองที แถมยังเอาหนวดหรอมแหรมมาถูแก้มหนูให้ได้รำคาญอีกต่างหาก บางครั้งหนูแค่อยากเอาใจเลยหัวเราะเอิ๊กอ๊ากให้ได้ยินบ้าง แต่ก็นั่นแหละ หนูจำต้องเรียกบ้างเพราะกลัวปะป๊าจะน้อยใจ

Note on August 6th, 2008

เป็งเป็งจ๋า เก๋าเกี้ยไหล่เซียวก๋า
กาเหลาะโคย หน่อเหลียบผา
ผาจุยจุย อาตี๋เค้า
ไอเจี่ยอิ่วจุย อิ่วจุยยังบ่วยพู้
อาตี๋เท้าไอ๊เจี่ยฮื้อ…

แปลประมาณว่า

เป็งเป็งจ๋า ลูกหมากัดกันเอง
ตกลงไปในคลอง มีแผลสองแผล
แผลนูนๆ เด็กร้องไห้
จะกินอิ่วจุย อิ่วจุยยังไม่เสร็จ
อาตี๋ก็ร้องจะกินปลา…

ยังไม่จบครับ เป็นภาษาแต้จิ๋ว เอามาจากอาม่า หม่าม้ามาร้องให้หมี่ฮุ้นฟังพร้อมตบมือไปด้วย
น่าแปลกใจที่หมี่ฮุ้นจะยิ้มหัวเราะได้ทุกทีที่ฟัง ขนาดเมื่อกี๊ปะป๊าร้องให้ฟังแบบมั่วๆหมี่ฮุ้นยังยิ้มเลย
สงสัยว่าโคลงชิ้นนี้จะมีโทนเสียง หรือจังหวะอะไรบางอย่างที่ถูกกับเด็ก เพราะเห็นอาม่าบอกว่าเด็กฟังแล้วยิ้มทุกคน

อยากรู้เหมือนกันว่าต้นตอที่มาเป็นยังไง คงต้องไปถามผู้รู้ต่ออีกทอดหนึ่ง

Note on August 6th, 2008

missgranpat.jpg

วันศุกร์ที่ผ่านมาปูหมี่ฮุ้นไปผ่าตัดทำบายพาสที่โรงพยาบาลโรคทรวงอก ผ่าตั้งแต่สี่โมงเย็นถึงประมาณทุ่มกว่าๆ แต่ก่อนผ่าต้องไปนอนโรงพยาบาลเพื่อเตรียมร่างกาย และเตรียมใจให้พร้อมล่วงหน้าแล้วสองคืน มีย่าไปนอนเป็นเพื่อนปู่ด้วย หมี่ฮุ้นเลยไม่ได้เจอปู่มาเกือบอาทิตย์แล้ว

หลังผ่าตัดเสร็จ ปู่เปลี่ยนเส้นเลือดหัวใจไปสามเส้น เห็นหมอบอกว่าเอามาจากเส้นเลือดที่ขา เลยทำให้ตอนนี้นอกจากแผลยาวที่หน้าอกแล้ว ก็ยังมีแผลยาวที่ขาข้างขวาอีกด้วย

คุณพยาบาลบอกไม่ค่อยอยากให้พาหมี่ฮุ้นไปเยี่ยม เพราะว่าโรงพยาบาลนี้มีแต่คนไข้ที่ป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับทรวงอก ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ หรือที่น่ากลัวก็คือพวกโรคที่ติดต่อกันทางอากาศได้ เช่นพวกวัณโรค เด็กขนาดหมี่ฮุ้นยังมีภูมิต้านทานไม่แข็งแรง ไม่ควรพาไป

หมี่ฮุ้นเลยต้องนั่งกินเป็ดเหงาหงอยอยู่คนเดียว แงๆ