ตอนนี้หมี่ฮุ้นอายุครบเจ็ดเดือนแล้ว เริ่มซนมากขึ้น ตื่นปุ๊บคลานทันที ไม่มีหยุดนิ่ง เลยทำให้ลงไปนอนแอ้งแม้งข้างเตียงเป็นครั้งที่สองแล้ว
จากรูปจะเห็นว่าหมี่ฮุ้นมีฟันขึ้นสองซี่แล้ว ชอบใช้งานฟันทั้งสองซี่นี้มาก คว้าอะไรเป็นจับกัดตลอด เห็นกรามเล็กๆฟันเล็กๆอย่างนี้ กัดเจ็บมาก โดยเฉพาะนิ้วป๊านิ้วม้าจะกัดเจ็บเป็นพิเศษ ทีนิ้วตัวเองล่ะแค่อมๆเท่านั้นเอง
อีกอย่างที่หมี่ฮุ้นชอบเล่นมากก็คือเป่า แบบผมกำลังนอนชันเข่าอยู่ดีๆ หมี่ฮุ้นก็คลานมาเกาะแล้วก็เอาปากเป่าหัวเข่าผม เละไปหมด ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเด็กวัยนี้ไปเรียนการเป่าปาก เล่นน้ำลาย เป่าพุง เป่าหัวเข่ามาจากไหน ไม่ได้มีใครสอนมันซะหน่อย แต่เท่าที่ลองถามดูปรากฏว่าทำเหมือนๆกันหมด มันอยู่ในยีนหรือยังไงกัน
วันนี้ป๊าม๊าพาหมี่ฮุ้นไปเที่ยวห้าง ว่าจะไปดูเตียงไม้แบบปรับได้ที่เซ็นทรัล แต่ว่าไปผิดที่ สาขารามอินทราไม่มี มีแต่เตียงพลาสติกแบบที่มีอยู่แล้ว ก็ชวดไป เห็นเขาบอกว่าต้องไปที่ลาดพร้าวแทน
ระหว่างที่หม่าม๊ากำลังเลือกชุดชั้นในอยู่นั้น คนขายก็เข้ามาเล่นกับหมี่ฮุ้น แล้วถามผมว่า “ผู้ชายใช่ไม๊คะ” ผมก็หัวเราะแหะๆด้วยนึกอยู่แล้วว่าต้องโดนถามอย่างนั้น “ผู้หญิงครับ” คนขายก็ทำหน้าเจื่อนบอก “อ๋อ เด็กๆก็อย่างนี้ล่ะค่ะ หน้าเหมือนผู้ชาย ลูกสาวหนูก็หน้าเหมือนผู้ชายตอนอายุขนาดนี้ ยิ่งผมสั้นๆอย่างนี้ยิ่งเหมือนใหญ่”
คนขายคนนี้เขามีลูกสามคนแล้ว ลูกคนเล็กอายุเก้าเดือน ผมฟังแล้วก็อึ้งอยู่ อะไรกันฟะ มีแค่หมี่ฮุ้นคนเดียว(แม่มัน)ยังเหนื่อยเลย ถ้ามีหมี่ฮุ้นเพิ่มมาอีกสองตัวจะเหนื่อยขนาดไหน
ถ้าเจอกันคราวหน้าคงจะต้องถามเทคนิคเขาซะหน่อยว่าเลี้ยงได้ยังไงสามคน ถ้าให้เดาก็คงเป็นว่า ที่บ้านมีทั้งปู่ยาตายายคอยช่วยเลี้ยงแน่ๆ
ครอบครัวสมัยโบราณครับ ครอบครัวขยายแบบไทยๆที่ดูเหมือนจะมีเหตุมีผลในตัวมันเอง พ่อแม่แต่งงานมีลูกตั้งแต่ยังหนุ่มยังสาว ทำงานไปเลี้ยงลูกไป ตอนกลางวันก็ปล่อยให้ปู่ย่าดูแล ซึ่งปู่ย่าก็มักจะไม่ได้มีอายุมากมาย ยังพอวิ่งตามไอ้ตัวเล็กทันอยู่
สมัยปัจจุบัน นอกจากจะแยกตัวออกไปอยู่กันเองแล้ว ยังแต่งงานมีลูกกันช้ามาก ปู่ย่าตายาย อายุมากเกิน จะปล่อยให้เลี้ยงลูกให้ตลอดก็ลำบาก แทนที่แก่แล้วจะได้นอนตีพุงพักผ่อน กลับต้องมาคอยวิ่งตามไอ้ตัวเล็ก ครอบครัวสมัยใหม่ก็เลยต้องจ้างพี่เลี้ยงมาช่วยเลี้ยงให้แทน
เคยนึกอยู่เหมือนกันว่าจะจ้างพี่เลี้ยงมาเลี้ยงหมี่ฮุ้น แต่ตกลงกับแม่มันแล้วว่า อย่าเพิ่งเลย ไหนๆแม่มันก็ไม่ได้ทำงานนอกบ้านอยู่แล้ว จะไปจ้างใครมาเลี้ยงทำไม แถมแม่มันยังมีความสุขอยู่กับการเป็นแม่มืออาชีพอยู่ก็ปล่อยเขาไป ใครจะมาเลี้ยงลูกเราได้ดีเท่าตัวเราเอง จริงไหม?

โอย…ตั้งแต่ไอ้ตัวเล็กคลานเป็น ปีนเป็น และกำลังจะยืนเป็นก็ทำให้ป๊าม้าปวดหัวกันพอควร ตั้งแต่หมี่ฮุ้นคลานจนตกเตียงคราวที่แล้ว แทนที่จะระมัดระวังตัวเองมากขึ้น กลับยิ่งได้ใจ คราวนี้ปีนมั่วเลย หมอนกั้นคอกไว้ก็เอาไม่อยู่ สงสัยต้องหาซื้อคอก หรืออุปกรณ์กั้นเตียงอะไรซักอย่างมาใช้แล้ว หรือไม่ก็คงต้องหาเตียงเด็กใหม่อีกซักเตียงหนึ่ง อันนี้ดูใช้ได้ แถมยังทำเป็นเตียงใหญ่ตอนโตแล้วได้ด้วย น่าสนใจ
ตอนนี้พอหมี่ฮุ้นตื่นปุ๊ปก็จะเริ่มคลานและปีนทันที ไม่มีอยู่นิ่ง เลยคลาดสายตาไม่ได้เลย เมื่อกี๊ป๊าเลยบอกม้าว่าเดี๋ยวจะตัดขาหมี่ฮุ้นทิ้งซะเลย จะได้นอนนิ่งๆเอิ๊กอ้ากเหมือนเดือนที่แล้ว ฮ่า
มันก็คงเป็นเรื่องปกตินะ คนเราพอได้เรียนรู้ว่าสามารถทำอะไรได้ หรือมีอิสรภาพทำอะไรซักอย่างแล้ว จะไปจำกัดสิทธินั้นก็คงยาก หมี่ฮุ้นรู้ว่าสามารถพลิกคว่ำแล้วคลานได้ คราวนี้ไม่เคยที่จะนอนหงายให้ใส่แพมเพิร์สนิ่งๆเลย
งั้นต่อไปโตแล้ว พอหมี่ฮุ้นรู้ว่า อยู่กับเพื่อนนอกบ้านทำอะไรก็ได้ ไม่ต้องมีคนมาบังคับ หมี่ฮุ้นจะกลับบ้านมาทำไมล่ะเนี่ย…เอ คิดไกลไปรึเปล่าหว่า

สองคืนมานี้หมี่ฮุ้นงอแง แบบตื่นมาร้องไห้เลย ยังไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะอะไร เพราะว่ามีปัจจัยหลายอย่างเกิดขึ้นในช่วงนี้ อย่างแรกคือที่นอนหมี่ฮุ้นมีการโมดิฟายด์ใหม่ จากเมื่อก่อนเป็นที่นอนลอยฟ้า
แต่ต้องปรับลงล่างเพราะว่าหมี่ฮุ้นสามารถยึดราวยันตัวเองขึ้นยืนได้แล้ว กลัวจะล้มคว่ำออกนอกเปล แต่ว่าปรับลงล่างสุดมันก็เตี้ยเกินไป ยกขึ้นยกลงลำบาก ปะป๊าหัวใสเลยหาโฟมแบบที่ใส่มากับกล่องทีวีมาวางรอง พร้อมกับไปตัดแผ่นไม้อัดที่เก็บไว้หลังบ้านรองอีกชั้นหนึ่ง เพื่อให้ที่นอนเรียบเสมอกัน
จริงๆแล้วปะป๊าภาคภูมิใจกับผลงานชิ้นโบว์แดงของตัวเองมาก สามารถดัดแปลงของเหลือใช้(เดน) มาใช้ใหม่ได้ ไม่ต้องซื้อหา แต่ปรากฏว่าปะป๊าภูมิใจได้แค่สองคืน เพราะว่าอยู่ดีๆหมี่ฮุ้นเริ่มมีตุ่มแดงๆขึ้นที่แขนขา พาไปให้หมอดูหมอก็บอกว่าแพ้อะไรบางอย่าง ให้ยามาสองสามตัวทั้งทาและกิน
ผลงานชิ้นโบว์แดงของปะป๊าเลยต้องโดนยกเลิกไปตามระเบียบ เพราะไม่แน่ใจว่า ไอ้ที่ทำให้เกิดตุ่มแดงๆนั้น จะเป็นฝุ่นผงจากโฟมหรือจากไม้อัดกันแน่ (ผมว่าอาจจะเป็นไม้อัด เพราะตอนไปเลื่อยมามันมีผงเล็กๆละเอียดปลิวเยอะเชียว…แต่ว่าเช็ดแล้วนา)
อย่างที่สองที่อาจจะมีส่วนทำให้หมี่ฮุ้นงอแงได้อีกก็คือ การที่ช่วงนี้ฟันเริ่มขึ้น หมี่ฮุ้นคงจะเจ็บเหงือกก็เลยร้องไห้ ซึ่งไม่ใช่อาการงอแงธรรมดา แต่ร้องไห้แงเลย…อันนี้น่าจะเป็นสาเหตุที่หมี่ฮุ้นร้องตอนกลางคืน ไม่น่าจะเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของปะป๊าหรอก ฮึ่ม
หาไปหามาเกี่ยวกับวิธีช่วยเหลือ บรรเทาอาการปวดแบบนี้ นอกจากจะพบคำตอบที่รู้อยู่แล้ว เช่น หาของให้กัด ใช้ผ้าชุบน้ำถูเหงือก หรือกินยาแก้ปวดเด็กแล้ว ทางแก้ที่น่าสนใจมากทางหนึ่ง ที่หาเจอจาก Yahoo Answer คือ ให้ใช้นิ้วจุ่มวิสกี้แล้วถูที่เหงือกลูก! สักพักลูกก็จะหลับสบาย…ฮ่า
คนตอบใน Yahoo Answer ตอบแบบทีเล่นทีจริง แต่คิดดูแล้วมีเหตุผลเหมือนกัน หนึ่งคือ แอลกอฮอล์ในเหล้าอาจจะช่วยให้เหงือกลูกชาหายเจ็บ สองคือถ้าจุ่มวิสกี้ให้แฉะสักหน่อย อีหนูก็อาจจะเคลิ้มหลับไปได้เอง ลืมอาการเจ็บ อืม… น่าคิด
แล้วจะมารายงานใหม่ว่าได้ผลเป็นยังไง
สองอาทิตย์ที่ผ่านมานี่มาม้าปาป๊างงกับหมี่ฮุ้นมาก ไม่รู้มาม้าเผลอกินสเตียรอยด์เข้าไปหรือยังไง หมี่ฮุ้นจากที่เพิ่งนั่งหลังตรงเองได้ตอนครบหกเดือนเมื่อประมาณสองอาทิตย์ก่อน ก็เริ่มกระดืบไปข้างหน้าเป็น หลังจากนั้น 1-2 วันก็คลานอย่างเป็นทางการ เสร็จก็สามารถยันตัวเองจากท่านอนขึ้นมานั่งได้เอง แล้วก็คลานเอาจริงเอาจัง ทีแรกก็ยังปล่อยให้คลานบนเตียงโดยเอาหมอนกันไว้รอบๆไม่ให้ตกเตียงได้ แต่เมื่อสองคืนก่อนขณะที่มาม้ากำลังซักผ้าเช็ดหน้าหมี่ฮุ้นง่วนอยู่ ปาป๊าก็ดูหนังผีกำลังมันได้ที่ มาม้าก็ได้ยินเสียงตึง! หันไปที่เตียง อ้าว! ทำไมบนเตียงไม่มีหมี่ฮุ้น มาม้าใจหายวาบ มองไปเห็นหมี่ฮุ้นลงมานอนแอ้กอยู่ข้างเตียง ปาป๊ามาม้าวิ่งไปหา หมี่ฮุ้นก็ร้องไห้จ้า ปรากฏว่าหมี่ฮุ้นเกิดยันขายืนขึ้นเองได้แล้ว ก็เลยหัวทิ่มข้ามหมอนตกลงมา ดีที่ไม่เป็นอะไรมากนอกจากได้หัวโนมาประดับหน้าผากเป็นอันแรกของชีวิตหมี่ฮุ้นน้อย…
ปล. Another first ฟันซี่แรกโผล่ออกมาแล้วจ้ะ ดีที่ไม่มีอาการร้องไห้โยเยอย่างที่ได้ยินมา อึดดีจริงๆเลยลูก
วันนี้พาหมี่ฮุ้นไปฉีดวัคซีนตอนครบเดือนที่หก เพื่อป้องกันโรคหกชนิด คือ ไวรัสตับอักเสบB(HBV) คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก(DTP) โปลิโอ(OPV/IPV) และเยื่อหุ้มสมองอักเสบ(Hib)
คุณหมอบอก “คุณแม่จับขา คุณพ่อจับแขนเลยค่ะ ให้น้องนอนลง” ผมจับแขนไปก็เล่นกับหมี่ฮุ้นไป เผื่ออีหนูมันจะลืมเจ็บ แต่ไม่เป็นผล เพราะว่าพอเข็มยาวขนาดเกือบสองนิ้วจิ้มเข้าไปที่ต้นขาหมี่ฮุ้นปั๊บ จากหน้าตายิ้มเล่นอยู่ดีๆก็เริ่มเปลี่ยนเป็นเจ็บปวด ร้อง “อื๊ออออออ…” ขมวดคิ้ว บิดตัวนิดหน่อย แต่ยังดีที่ไม่ร้องไห้ อึดดีมากลูก


