เห็นว่าคอมเม้นท์นี้น่าสนใจ เลยต้องยกมาไว้ขึ้นเป็นโพสต์ใหม่เลยแล้วกัน ขอบคุณแอน แม่น้องภูมิ แม่นู๋จิ๊บ(ที่ยกมาจาก pantip.com) จ้ะ อ้อของออริจินอลภาคภาษาอังกฤษหาอ่านได้ที่ msnbc.com แต่ไทยรัฐก็แปลมาใช้ได้แล้วล่ะ
ห้ามให้เด็กไม่ถึง 6 เดือนกินน้ำมาก จะเป็นโรค ‘เมา น้ำ’ ขึ้นจนถึงแก่ชีวิต
หมอของศูนย์เด็กจอห์น ฮอบกิ้นส์ของสหรัฐฯ บอกเตือนผู้ที่เป็นพ่อแม่ว่า ไม่ควรปล่อยให้ลูกซึ่งอายุยังไม่ถึง 6 เดือนดี กินน้ำมากนัก เพราะอาจทำให้ไม่สบาย มีอาการที่เรียกว่า “เมาน้ำ” ซึ่งคุกคามต่อชีวิตได้ดร.เจนนิเฟอร์ แอนเดอส์ แพทย์กุมารเวช กล่าวให้ฟังว่า “ทารกขนาดนี้ แม้ว่าตัวจะยังเล็กอยู่ แต่ก็มีปฏิกิริยาโต้ตอบกับความกระหาย หรือเกิดความกระหายน้ำสมบูรณ์แล้ว แต่ของ เหลวที่ควรจะให้ดื่ม ควรจะเป็นนมแม่หรือนมผสมเท่านั้น เพราะไตของเด็กยังโตไม่เต็มที่ การปล่อยให้กินน้ำมาก อาจทำให้ร่างกายปล่อยโซเดียม ทิ้งไปกับปริมาณน้ำที่มากเกินนั้น การสูญเสียโซเดียม จะทำให้การทำงานของสมองขัดข้อง อาการแรกเริ่มของการเมาน้ำ อาจจะมีตั้งแต่กระสับกระส่าย อุณหภูมิของร่างกายตก หน้าตาบวมและอาจชักได้
หมอเจนนิเฟอร์บอกว่า อาการมันค่อนข้างจะลับๆ ล่อๆ อาการตอนแรกจะดูไม่ค่อยออก จนกว่าพ่อแม่จะเห็นจากอาการชัก แต่หากว่ารีบให้หมอดูได้เร็ว ก็คงจะไม่เป็นอยู่นาน
หมอกับคณะให้คำแนะนำว่าไม่ควรจะให้น้ำในฐานะที่เป็นเครื่องดื่มกับทารกที่อายุยังไม่ถึง 6 เดือนดี รวมทั้งพ่อแม่ไม่ควรจะให้นมผสมที่เจือจางเกิน ไป ตลอดจนเครื่องดื่มสำหรับเด็กที่มีสารเกลือ แร่ด้วย ส่วนทารกที่โตกว่านั้น ในบางกรณีอาจ จะให้น้ำเล็กน้อยได้ เพื่อกันท้องผูกหรือในยามอากาศร้อน แต่ควรจะปรึกษากับหมอดูก่อน และควรจะให้แต่ละครั้งไม่เกิน 30-60 ซีซี หากว่าพ่อแม่คนใดคิดว่าลูกของตัวมีอาการเมาน้ำ หรืออาการชัก ควรจะพาไปหาแพทย์ ทันที.
จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐวันที่26พค.2551จากคุณ : แม่นู๋จิ๊บ - [ 26 พ.ค. 51 09:41:43 ]
หมี่ฮุ้นหาวิธีกล่อมตัวเองนอนใหม่แล้ว เมื่อก่อนแค่ร้องอือๆ เดี๋ยวนี้พัฒนาครับ
http://mehoon.enaweb.com/wp-content/uploads/videos/berry.flv
หนูโดนคุณย่าแกล้งด้วยความหวังดี (ผู้ใหญ่มักจะอ้างแบบนี้เป็นประจำแหละ ทำไปเพราะหวังดี ทำไปเพราะรัก) แต่ทำไมคุณย่าไม่เข้าใจจิตใจหนูเลย ทรงผมที่หนูไว้ มันอาจจะวัยรุ่นเกินไปบ้าง ดูเหมือนจะแยงตาน่ารำคาญ แต่คุณย่าก็ไม่น่าจะทำกับหัวหนูถึงขนาดนี้เลย แล้วหนูจะเอาหน้าไปพบญาติพี่น้องได้ยังไงล่ะเนี่ย ฮือ…
เมื่อวานซืนมียายป้าผู้ไม่ประสงค์ดีคนหนึ่ง พยายามยัดเยียด เปลี่ยนชื่อเสียงหมี่ฮุ้นซะใหม่ เรียกว่า “หมีหุน” แทน
อันนี้ก็เข้าใจได้ว่า จิตเจตนาคนคิดส่อไปทางร้ายอย่างเห็นได้ชัด ถึงแม้จะบอกว่าเตือนด้วยความหวังดี แต่ฮึ่ม ถ้าเจอหน้าอีกที จะให้หมีหุน เอ๊ย หมี่ฮุ้นตะปบซะให้
คอลเลคชั่นใหม่รับลมร้อนออกแล้วครับ นางแบบอายุสี่เดือน ดูได้ที่ Mehoon Gallery link ข้างๆนี้ หรือโดยตรงที่นี่เลย
ลืมบอกไปว่า เมื่อตอนที่พาหมี่ฮุ้นไปฉีดวัคซีนอาทิตย์ที่แล้ว หมอถามว่าหมี่ฮุ้นคว้าจับ เป็นหรือยัง พร้อมกับทดลองเอากระดิ่งมาสั่นตรงหน้าหมี่ฮุ้น ซึ่งหมี่ฮุ้นก็ได้แต่มองตามตาแป๋ว ยิ้มแก้มปริ แต่มือไม่กระดิก
กลับมาบ้านวันรุ่งขึ้น ปรากฏว่าอยู่ดีๆหมี่ฮุ้นก็คว้าจับเป็น จับนู่นจับนี่ใหญ่ ยังกะเปิดสวิทช์ น่าแปลกดี ไม่ใช่ค่อยๆเอื้อมไปแตะนะ แต่ว่ามีอะไรมาใกล้หน้า จะตะปบเลย หม่าม้า ปะป๊าเอาหน้าเข้าไปใกล้ โดนตะปบตลอด เล็บเล็กๆของหนูก็คมไม่ใช่เล่นเลย
แต่ปะป๊าไม่ยอมให้หนูตะปบเปล่าๆหรอกนะ หมี่ฮุ้นตะปบป๊าทีหนึ่ง ก็จะโดนป๊าจูบทีหนึ่ง ตะปบจูบ ตะปบจูบ มหว่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
เมื่อวานนี้คุณหมอวัดส่วนสูงหมี่ฮุ้นครบรอบสี่เดือนได้ 64 ซม. ยาวน่าชื่นใจดี ถึงมาม้าจะเห็นหมี่ฮุ้นขี้โกงแอบเขย่งขาเล็กน้อยตอนคุณหมอวัดก็เถอะ (คุณหมอให้จับหมี่ฮุ้นยืนวัดอยู่บนโต๊ะ) ส่วนน้ำหนักชั่งได้ 6.2 กิโล เลยโดนคุณหมอตำหนิว่าทำน้ำหนักลูกขึ้นได้น้อยเกินไป อย่างน้อยที่สุดควรจะซัก 7 กิโล คุณหมอว่าตามปกติเด็กที่กินนมแม่อายุ 4 เดือนจะหนัก 8 กิโลกันแล้ว เดือนต่อไปต้องให้หมี่ฮุ้นกินนมมากๆ ไม่ให้กินน้ำเลย ไม่งั้นพอช่วง 6-12 เดือนที่น้ำหนักไม่ค่อยขึ้น หมี่ฮุ้นจะตัวเล็กเกินไป มาม้าก็ว่าลำบากจริงๆข้อนี้ เพราะถึงมาม้าจะเพียรบอกปู่ย่าว่าเดี๋ยวนี้หมอเค้าไม่ให้เด็กกินน้ำกันแล้ว เพราะมันจะไปทำให้อิ่ม กินนมได้น้อย ในน้ำนมแม่มีน้ำเยอะพออยู่แล้ว แต่ปู่ย่าก็ชอบให้น้ำนักกีฬาตามสไตล์เลี้ยงเด็กแบบเก่า คิดว่าเด็กควรกินน้ำบ้าง ตอนนี้ปู่เลยว่า 6.2 กิโลนี่แหล่ะปู่ว่ากำลังดีแล้ว ไม่น้อยไปแน่นอน ปู่ฟันธง!




