เพิ่งรู้ว่าเด็กทารกนี่แสดงสีหน้าเก่งและหลากหลายมาก ถึงพูดไม่ได้แต่รู้สึกยังไงก็แสดงออกให้พ่อแม่รู้ทางสีหน้าได้หมด พวกดาราทีวีน่าจะไปศึกษาจากเด็กทารกดู เผื่อว่าจะได้ทำหน้าแบบอื่นๆเป็นบ้าง ไม่ต้องทำหน้าเหม็นขี้เหมือนกันหมดทั้งเวลาทำท่าโกรธ เจ็บแค้น ครุ่นคิด อัดอั้น น้อยเนื้อต่ำใจ ฯลฯ สีหน้าเดียวครอบคลุมทุกสถานการณ์ ดูแล้วเดาไม่ถูกว่าคิดอะไรอยู่..
อายุสิบห้าวัน
อายุเกือบเดือน
อายุหนึ่งเดือนกะอีกสี่วัน

ผมนึกอยู่ว่า เอ ทำไมต้องให้หมี่ฮุ้นดูดนมจากขวด หรือว่าดูดจากนมแม่ด้วย ทำไมไม่ปั๊มใส่แก้วกรอกเลย ท่าจะง่าย (ก้อยบอกจะบ้าเรอะ มันดื่มจากแก้วเป็นที่ไหนกัน)
คิดไปคิดมา ก็เข้าใจว่า ไอ้การดูดจากขวด จากนมแม่นี่มันเป็นสิ่งที่ฝังจำติดตัวคนเรามาจนโตเลยทีเดียว คงมีเด็กหลายต่อหลายคนที่ ติดการดูดน้ำ ดูดนมช๊อกโกแลตจากขวดต่อมาอีกเป็นปีๆ หลังจากหย่านมแม่แล้ว ถึงแม้ว่าการดูดนมจากขวดจะดูเหมือนว่ามัน ชักช้าไม่ทันใจ แต่ผมพอจำได้เลาๆว่า มันอร่อยกว่าดื่มรวดเดียวจากแก้ว
ดูยาคูลท์เป็นตัวอย่าง มีเด็กที่ไหนดื่มยาคูลท์แบบเปิดฝามันทั้งหมดแล้วกรอกรวดเดียวบ้าง มีแต่เจาะรูนี๊ดดดดดเดียว แล้วก็ค่อยๆดูด จุ๊บๆ ไปเรื่อยๆจนหมดทั้งนั้นแหละ พอโตขึ้นมาอยากจะทำแบบเด็กๆก็น่าเกลียด เลยต้องประดิษฐ์หลอดขึ้นมาแทน
สรุปว่ามนุษย์เป็นสัตว์ชอบดูดเป็นชีวิตจิตใจ เหตุเกิดมาจากการดูดหน่มน้มตอนเป็นทารกนี่เอง
วันนี้เพิ่งเห็นหมีฮุ้นร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดเป็นครั้งแรก เสียดายไม่ได้เอากล้องติดไปด้วย
หมีฮุ้นอายุครบหนึ่งเดือนวันนี้ ซึ่งตรงกับวันนัดฉีดวัคซีน…(เดี๋ยวมาเติมทีหลัง) เราเลยต้องพาหมี่ฮุ้นไปขึ้นเขียง มือเข็มเป็นคุณพยาบาลหน้าตาทรงคุณวุฒิ มาถึงปั๊บ เฉาะปุ๊บ
หมีฮุ้นทำหน้าตกใจมาก แล้วก็ร้องไห้ออกมาแบบเจ็บปวด ซึ่งผมดูแล้วก็ขำปนสงสาร ขำที่ไม่เคยเห็นมาก่อนว่าอีหนูมันทำหน้าแบบนี้ได้ด้วย สงสารเพราะ แหม่…ใครจะไปอยากโดนเข็มเจาะ
ตั้งแต่มันเกิดมา สงสัยครั้งนี้คงจะเป็นครั้งแรกที่หมี่ฮุ้นเรียนรู้ความเจ็บปวด ตอนร้องนี่มันทำหน้าตกใจ งง เสียใจปนๆกัน แบบว่าไม่เชื่อว่าความเจ็บมีจริง หรือว่าทำไมป๊าถึงปล่อยให้คนทำหนูเจ็บได้ ฮือ ฮือ
ตอนนี้ประมาณตีสอง หมี่ฮุ้นเพ่ิงจะหลับ ตั้งแต่ประมาณสี่ทุ่ม ให้กินนมแล้ว อึก็แล้ว อะไรก็แล้ว หมี่ฮุ้นก็ยังมีอาการแปลกๆ แบบอยู่ๆก็ร้องไห้จ้าขึ้นมา แบบไม่ได้หิว เหนื่อย ง่วง หรือปวดท้อง อะไรทั้งสิ้น ผมกับก้อยก็เลยสรุปว่า อีหนูมันยังจำเหตุการณ์เมื่อกลางวันได้อยู่ แล้วคงจะนึกกลัวและตกใจขึ้นมาเป็นพักๆ น่าสงสาร

ถ้าไม่ได้อาม่า คุณย่า และคุณปู่อยู่ใกล้ๆผมกับก้อยคงจะแย่แน่ๆ
เคยรู้มาเหมือนกันว่าเด็กแรกเกิดต้องการการดูแล เอาใจใส่เยอะมาก แต่สิ่งที่เคยรู้ก็เทียบไม่ได้กับประสบการณ์จริงเลย 24/7 ยังน้อยไปสำหรับการดูแลลูกอ่อน ทั้งๆที่ความต้องการของหมี่ฮุ้นก็ไม่ได้มีอะไรมาก หิว ง่วง ปวดฉี่ ปวดอึ หรือตอนนี้จะมี ร้อนเพิ่มมาอีก แค่อาการไม่กี่อย่างแค่นี้ พ่อแม่ ก็แทบไม่ได้หลับไม่ได้นอนแล้ว
ผมรู้สึกไม่ค่อยจะมีประโยชน์เท่าไหร่เลยตอนนี้ ลูกตื่นตอนตีสี่เพราะหิวนม ผมก็ทำอะไรไม่ได้ อย่างเก่งก็แค่อุ้มโยกไปมาทีสองที อยากจะเปลี่ยนก้อนไขมันตัวเองเป็นนมให้ลูกดูดแทนแม่มันเหลือเกิน สงสารแม่มัน
นี่ดีที่มีอาม่า อากง (คุณย่าเรียกภาษาจีนว่าไร?) คอยช่วยอยู่ด้วย แค่ปู่มาช่วยดูให้วันละสิบนาที สิบห้านาที ก็ช่วยได้เยอะมาก หมี่ฮุ้นโตขึ้นรู้ความแล้ว อย่าดื้อกับปู่ ย่า และอาม่านะลูกนะ
ลืมบอกไปว่าไอ้รูปข้างบนน่ะ ถ่ายตอนตีสาม ดูมันสิ
I stumbled upon this interesting article.
Marriage Counseling: Our newborn is getting all the attention
Dear Dr. Ellen: You’re going to think that I am the worst father alive but here it goes anyway: Ever since my wife gave birth, she pays very little attention to me. I know she’s exhausted, and nursing the baby takes up a lot of time, but I can’t help feeling jealous of my son. I don’t know what to do with my feelings but I do know that I feel so awful for having them. - Pete
หมี่ฮุ้นยิ้มให้ผมครั้งแรกตะกี๊นี้!! (5:43 PM)
- บิดขี้เกียจจนหน้าดำหน้าแดง (literally)
- ตดบ่อย อึ วันละเกินสี่ห้าครั้ง ซึ่งไม่ได้แปลว่าท้องเสีย (อึทุกครั้งที่กินนม)
- บางครั้งไม่อึเลยทั้งวันในช่วงแรก เหตุเพราะน้ำนมแม่ย่อยดีมาก
- สะอึกวันละหลายครั้ง เพราะการทำงานของอวัยวะภายในยังไม่ดี หรือถ้าให้นมตอนเด็กหิวมาก เด็กอาจจะดูดเร็วไป ทำให้สำลักและสะอึกได้
- นอนหลับแค่ครั้งละสองสามชั่วโมง
- ผิวลอก (ผลัดผิวเพราะตัวยืดเร็วมาก คาดว่าเกิดจากการบิดขี้เกียจ)
หมี่ฮุ้นยิ้มครั้งแรกตั้งแต่อายุประมาณสามวัน ตอนอยู่โรงพยาบาล แต่ว่าจะยิ้มเฉพาะตอนครึ่งหลับครึ่งตื่นเท่านั้น ตอนรู้สึกตัวดีได้แต่่ทำหน้าเฉยๆ
* เปิด categories ใหม่ ครั้งแรกของการ … เพื่อบันทึกสิ่งที่หมี่ฮุ้นทำครั้งแรก เช่น ยิ้ม หัวเราะ คลาน พูด



