เมื่อวานหม่าม้าโกรธปะป๊าเพราะว่าไม่ค่อยช่วยดูลูก บอกว่าวันๆได้แต่นั่งหน้าคอมไม่ว่าจะทำงานหรือไม่ได้ทำก็ตาม (แหม่ ทำเป็นรู้นะ ว่ากะลังเล่นเนทหรือว่าทำงานอยู่) ป๊าก็เข้าใจนะ ว่าหม่าม้าเหนื่อย หนูน่ะแทบจะต้องดูแลกันตลอด ยี่สิบสี่ชั่วโมงเลย ที่แน่ๆตอนหนูไม่ได้หลับ จำเป็นต้องมีคนคอยดูอยู่ จริงๆป๊าม้าจะปล่อยให้หนูนอนเล่นไปคนเดียวก็ได้ หนูก็พอจะอยู่ได้ แต่ซักห้านาทีหนูก็เริ่มร้องอ้อแอ้เรียกร้องความสนใจแล้ว
ที่หม่าม้าให้ปะป๊าดูหนูเนี่ย ไม่ใช่อะไรหรอก ให้ปะป๊าอยู่’เล่น’กับหนูตอนหนูตื่น และตอนที่หม่าม้าต้องทำอย่างอื่น อ่านต่อ »
เมื่อสักครู่เพิ่งได้ดูหนังเรื่อง Juno จบไป ตอนแรกเฉยๆ ไม่ได้อยากดูเท่าไหร่ แต่หลังจากเปิดดูไปประมาณ ห้านาทีแรก ก็หยุดไม่ได้ แถมยังเชิญชวน กึ่งบังคับก้อยให้มาดูด้วย หมี่ฮุ้นก็ดูอยู่ด้วย สามคนพ่อแม่ลูก (จริงๆบล็อกนี้ว่าเขียนใน enaweb แต่นึกๆอยู่ว่ามันเกี่ยวกับหมี่ฮุ้น ยังไงชอบกล)
เรื่องนี้รู้มาว่าไม่ได้เข้าฉายเมืองไทย แต่ดูจบแล้วก็งงว่าทำไมเรื่องดีๆอย่างนี้ถึงไม่ได้เข้าฉาย คนกำหนดว่าเรื่องไหนฉายได้ ฉายไม่ได้ในเมืองไทย คิดว่าคนไทยเป็นควายเหรอ (อารมณ์ขึ้น นึกว่าเขียนบล็อกอีกอันนึงอยู่ แต่เอาเถอะ)
ตัวเดินเรื่องเป็นเด็กไฮสกูลอายุสิบหก ท้องโดยไม่ได้ตั้งใจหลังจากมีฮึมกับเพื่อนหนุ่มคนหนึ่ง
เรื่องนี้ถูกจัดอยู่ในประเภทหนังตลก ขำแบบหึๆ ไม่ถึงเอิ๊กๆ แต่ดูแล้วรู้สึกดีมาก ดีมากๆๆ ไว้จะเปิดให้หมี่ฮุ้นดูอีกรอบตอนรู้ความแล้ว
อ่านต่อ »
ทุกวันนี้ผมพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้หมี่ฮุ้นยิ้มให้ ดีที่หมี่ฮุ้นเป็นเด็กยิ้มง่าย และอยู่ในวัยกำลังเลียนแบบด้วย แค่ยิ้มให้หมี่ฮุ้นหน่อย อีหนูมันก็จะยิ้มตอบแล้ว
เมื่อก่อนตอนยังไม่มีลูก ผมก็ชอบเล่นกับเด็กอยู่แล้ว ทำตัวบ้าๆบอๆบ้าง ได้เห็นเด็กหัวเราะเอิ๊กอ๊ากแล้วมีความสุขดี แต่พอมามีหมี่ฮุ้นเป็นของตัวเอง แล้วเห็นหมี่ฮุ้นยิ้มให้นี่ เหนือคำบรรยายจริงๆ บอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไร อาจจะแนวเดียวกับเมื่อตอนสมัยหนุ่มๆแล้วสาวๆยิ้มให้อะไรงั้นมั๊ง ฮ่าฮ่า
สำหรับผู้มีปัญหาลูกน้อยมีอาการท้องอืดท้องเฟ้อหลังให้นม ขอแนะนำ ทิงเจอร์มหาหิงค์ชนิดโรลออน เพียงทาบางๆที่หน้าท้อง ก็จะช่วยบรรเทาอาการท้องขึ้น ท้องเฟ้อ ปวดท้องในเด็กได้ (แต่ผู้ใหญ่จะปวดหัว เพราะมันเหม็นมาก)
สำหรับ พ่อแม่ที่อยู่นอกประเทศไทย ไม่รู้หาซื้อที่ไหนก็ เอาตัวยาไปแล้วกัน
Asafoetida 20.0g
Alcohol 70% qs 100.0ml
รูปด้านซ้ายไม่เกี่ยว ให้ดูเล่นๆ ![]()
ตอนนี้ผมกำลังหวาดๆกับ SIDS (Sudden infant death syndrome) หรืออาการตายอย่างเฉียบพลันในทารก ซึ่งเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งในอเมริกา สำหรับเด็กอายุตำ่กว่าหนึ่งขวบ
เหตุผลที่ผมกำลังกลัวไอ้โรคนี้ก็เพราะว่า เดี๋ยวนี้ชอบให้หมี่ฮุ้นนอนคว่ำเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งบางทีอีหนูมันนอนคว่ำอย่างเดียวไม่พอ ยังชอบเอาหน้าคว่ำลงไปกับเบาะอีกด้วย โต๊ะทำงานของผมจะหันหลังให้กับหมี่ฮุ้นพอดี ซึ่งพอหันไปดูหมี่ฮุ้นเอาหน้าคว่ำลงกับเบาะแล้วก็แทบช็อค กระโดดไปจับตัวมันหายใจหายคอแทบไม่ทัน
วันนี้ก็เลยนั่ง search Internet ดูเกี่ยวกับ SIDS เผื่อจะได้หายกังวลได้บ้าง เจอบทความหลายที่ที่น่าสนใจ
อ่านต่อ »
วันนี้เพิ่งจะรวบรวมความกล้า อาบน้ำให้ลูกคนเดียวกะมือครั้งแรก ไม่มีตัวช่วย(แม่มัน)เลยแม้แต่น้อย ใช้ไอ้อ่างน้ำเงินนั่นแหละ ทั้งสระผม ทั้งอาบน้ำครบ
หมี่ฮุ้นไม่รู้ระแคะระคายเลย แต่ว่าในใจปะป๊ามันกลัวขี้หด กลัวน้ำร้อนจะไป กลัวทำน้ำเข้าหูลูก กลัวสบู่เข้าตา กลัวมันเอาหัวโขกอ่าง กลัวทำแขนขาหมี่ฮุ้นหัก…กลัวสารพัด
แต่ท้ายที่สุดก็ผ่านไปได้ด้วยดี แอบทำน้ำเฉียดใบหูด้านในลูกนิดหน่อย แต่พลิกมันกลับได้ทันท่วงที
ที่ผมตัดสินใจอาบน้ำให้หมี่ฮุ้นเองก็ไม่ใช่อะไรหรอก แม่มันไปทำกับข้าว แล้วพอดีปู่มาเล่นกะหมี่ฮุ้นพอดี แล้วปู่ถามว่าอาบน้ำหรือยัง ผมก็เลยบอก เอ้า…เดี๋ยวผมอาบให้หมี่ฮุ้นเอง ปู่มองหน้าผมอย่างไม่มั่นใจ ถามแล้วถามอีก ว่าเอาจริงเหรอ อาบเป็นเหรอ แน่ใจเหรอ รอให้แม่มันมาอาบดีกว่ามั๊ง แหมพูดอย่างนี้ไม่ด๊าย ปะป๊าหมี่ฮุ้นไม่ได้ห่วยขนาดน้าน…
หมี่ฮุ้นเลยโดนปะป๊าอาบน้ำโชว์ปู่เลย ฮ่า ฮ่า
ตอนนี้หมี่ฮุ้นยังตื่นทุกๆสามสี่ชั่วโมง ขึ้นมากินนม ตื่นมาแล้วบ้างครั้งก็ร้อง หรือบ้างครั้งก็แค่ดูดนิ้วจ๊วบๆ แต่ยังไงผมก็ไม่ตื่น คนตื่นคือแม่มัน แค่เสียงเอ๊าะแอ๊ะๆแม่มันก็ตื่นมาดูมันแล้ว ปกติก้อยเป็นคนนอนไวมากอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งนอนไวขึ้นอีก
ผมสงสัยอยู่ว่า ถ้าเป็นแม่ประเภทนอนขี้เซา จะกลายเป็นคนนอนไวเมื่อมีลูกหรือเปล่า จะเป็นสัญชาติญาณของแม่ที่ต้องปกป้องลูก ดูแลลูกอะไรอย่างนั้นหรือเปล่า
เพื่อนร่วมงานอายุหกสิบกว่าๆของผมบอกว่า ไม่ต้องคิดมาก ตอนเขามีลูกเล็กๆเขาไม่ได้นอนเกือบห้าปี ตื่นตลอดอย่างนี้เหมือนกัน
เฮ้อ… ตัวพ่อมันสบายกว่าเยอะเลย ฮ่า
หมี่ฮุ้นอายุเดือนกว่าๆแล้ว…
เวลาคนถามผมว่าหมี่ฮุ้นเลี้ยงยากหรือเปล่า ผมก็ตอบไม่ถูกเหมือนกัน หนึ่งเพราะว่า แม่มันเลี้ยง ผมได้แต่เล่น ฮ่า ฮ่า สองเพราะว่ายากเป็นคำที่ต้องมีการเปรียบเทียบ และเป็นคำที่ subjective
เท่าที่สังเกตุดู ผมก็ไม่ได้รู้สึกว่าหมี่ฮุ้นจะเลี้ยงยากกว่าลูกมนุษย์คนอื่นๆที่ไหน หิวก็กิน อิ่มก็นอน เหมือนทารกคนอื่นๆ การสื่อสารก็มีอยู่อย่างเดียวคือการร้องไห้ หิว ปวด(อึ ท้อง) ร้อน ง่วง อึดอัด เจ็บ ได้แต่ร้องไห้บอก แต่การร้องไห้แต่ละความรู้สึกก็มีความแตกต่างกันไป แต่ละแบบก็น่ารักหมด (ตามประสาคนเห่อลูก) ผมชอบดูตอนมันร้อง อยากให้ร้องนานๆ เพราะว่าเสียงและหน้าตาท่าทางมันน่ารักดี มีร้องสะอึกสะอื้น เบะปาก ร้องไห้จ้าดังลั่น ร้องแบบอุแว้ๆ ร้องสองแว้แล้วหยุดสังเกตุการณ์ ดูแล้วฮาดี วันหลังจะหาทางอัดเสียงเก็บเอาไว้
สรุปว่าหมี่ฮุ้นเลี้ยงยากถ้าคนเลี้ยงไม่มีอารมณ์ แต่ถ้ามีอารมณ์แบบว่าเห็นอะไรก็น่ารักไปหมดเนี่ย ยังไงก็ไม่ยาก


