ตอนนี้หมี่ฮุ้นอายุครบเจ็ดเดือนแล้ว เริ่มซนมากขึ้น ตื่นปุ๊บคลานทันที ไม่มีหยุดนิ่ง เลยทำให้ลงไปนอนแอ้งแม้งข้างเตียงเป็นครั้งที่สองแล้ว

จากรูปจะเห็นว่าหมี่ฮุ้นมีฟันขึ้นสองซี่แล้ว ชอบใช้งานฟันทั้งสองซี่นี้มาก คว้าอะไรเป็นจับกัดตลอด เห็นกรามเล็กๆฟันเล็กๆอย่างนี้ กัดเจ็บมาก โดยเฉพาะนิ้วป๊านิ้วม้าจะกัดเจ็บเป็นพิเศษ ทีนิ้วตัวเองล่ะแค่อมๆเท่านั้นเอง

อีกอย่างที่หมี่ฮุ้นชอบเล่นมากก็คือเป่า แบบผมกำลังนอนชันเข่าอยู่ดีๆ หมี่ฮุ้นก็คลานมาเกาะแล้วก็เอาปากเป่าหัวเข่าผม เละไปหมด ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเด็กวัยนี้ไปเรียนการเป่าปาก เล่นน้ำลาย เป่าพุง เป่าหัวเข่ามาจากไหน ไม่ได้มีใครสอนมันซะหน่อย แต่เท่าที่ลองถามดูปรากฏว่าทำเหมือนๆกันหมด มันอยู่ในยีนหรือยังไงกัน

เมื่อวันก่อนหม่าม้าหมี่ฮุ้นตั้งข้อสังเกตุว่า เอ…ตอนที่ลูกยังพูดไม่ได้นี่ลูกจะคิดอะไร (หรือแม้กระทั่ง คิดหรือไม่)
ปกติผู้ใหญ่อย่างเราๆ เวลาคิดก็คิดเป็นภาษา แล้วแต่ใครถนัดภาษาอะไรก็คิดภาษานั้น ความคิดสำหรับผู้ใหญ่ก็เป็นแค่การ “พูดในใจ” หรือ “พูดในใจประกอบภาพ” เท่านั้น

Previous research found that infants are sensitive to the acoustic variations in languages that adults can no longer hear. For instance, an adult native-English speaker will not hear all of the sounds of Korean and vice versa. Infants hear these subtleties and lose this awareness as their language skills develop over the first year of life.
จาก exploration.vanderbuilt.edu

จากข้อมูลรีเสิร์ชพบว่า เด็กทารกที่ยังพูดไม่ได้นั้น มีความสามารถในการรับรู้และแยกแยะความแตกต่างในเสียงที่ได้ยิน มากกว่าผู้ใหญ่ที่รู้ภาษาแล้วเสียอีก ซึ่งถ้าจะให้ยกตัวอย่างง่ายๆก็เช่น ถ้าเราถามคนที่พูดภาษาอังกฤษ เป็นภาษาหลักสักคนหนึ่ง ว่าสามารถแยกชุดคำเหล่านี้ได้หรือไม่ - ใคร ไข่ ไข้ ไคล้ ไข - ก็จะพบว่าคนๆนั้น จะแทบไม่ได้ยินความแตกต่างของเสียงพวกนี้เลย ไม่ต้องพูดถึงความหมายด้วยซ้ำ
อ่านต่อ »

Note on June 26th, 2008

ครบเดือนที่หก หมี่ฮุ้นเริ่มจำหน้าคนใกล้ชิดได้แล้ว แถมยังติดพ่อติดแม่และติดมือด้วย
เมื่อวานหม่าม้าอยากไปชอปปิ้ง ก็เลยฝากหมี่ฮุ้นไว้กับอาม่าที่บ้านเหล่าอี๊ (น้องของอาม่า) อยู่ประมาณชั่วโมงสองชั่วโมง หมี่ฮุ้นเริ่มเบะ ออกอาการไม่คุ้นที่ทาง ใครเข้ามาเล่นก็เบะ โดยเฉพาะผู้ชาย ถึงขนาดแค่เห็นหน้าก็เบะแล้ว
บอกตามตรง ปะป๊าชอบหมี่ฮุ้นตอบเบะมากๆ อยากเห็นมาก อยู่บ้านหมี่ฮุ้นไม่ค่อยเบะ ถ้าไม่พอใจก็แค่ส่งเสียงอื้ออ้าๆ หรือบิดตัวพร้อมกับส่งเสียง แต่อาการเบะแบบเหงาเศร้าและน้อยใจนี่หายาก
สมัยก่อนตอนที่หมี่ฮุ้นยังจำหน้าใครไม่ได้แล้วเบะเนี่ย เข้าใจว่าเกิดมาจากสัญชาติญาณพื้นฐาน เช่น คนอุ้มอุ้มแล้วรู้สึกไม่ปลอดภัย ไม่มั่นคง หรือกลิ่นและความรู้สึกที่ได้รับจากคนๆนั้น ผิดแปลกไปจากที่คุ้นเคย ก็มีโอกาสทำให้หมี่ฮุ้นเบะได้
แต่พอมาตอนนี้ที่หมี่ฮุ้นเริ่มจำหน้าได้แล้ว ปัจจัยที่ทำให้เบะก็เพ่ิมมากขึ้นกว่าแค่อะไรเบสิคๆ
ก็ปกติครับ ตามตำราเขาว่าแหละ ไม่ได้ต้องแก้ไขหรือต้องทำอะไร แต่ผมก็คิดอยู่ว่าคงจะต้องพาหมี่ฮุ้นออกไปเที่ยวนอกบ้านบ่อยขึ้น ให้เล่นกับคนแปลกหน้าบ้าง โดยให้ความมั่นใจกับหมี่ฮุ้นให้เต็มที่ว่าปะป๊าหม่าม้าไม่ได้หายไปไหน แล้วคนแปลกหน้า สถานที่แปลกๆก็ไม่ได้ทำอันตรายอะไรหมี่ฮุ้น ซึ่งผมก็ถือว่าการเสริมสร้างความอบอุ่น และมั่นใจให้กับหมี่ฮุ้นในวัยขนาดนี้ น่าจะเป็นพื้นฐานที่ดีในการเข้าสังคมต่อไปในอนาคต …แหมอย่าหาว่าเว่อร์เลย แต่ผมเชื่ออย่างนี้จริงๆนะ ช่วงที่หมี่ฮุ้นยังทำอะไรไม่ได้ ได้แต่พึ่งพ่อแม่เนี่ย มันน่าจะเป็นช่วงที่วางรากฐานสภาพจิตใจที่สำคัญที่สุดเลย

Blogged with the Flock Browser

ไม่ได้อัพเดทบล็อกหมี่ฮุ้นซะนาน ช่วงนี้ผมยุ่งๆ แต่จะอ้างก็ไม่ได้หรอก เพราะว่าถึงจะยุ่งแค่ไหน เวลาที่ให้ลูกก็ต้องมาก่อน จริงหรือเปล่า?
หมี่ฮุ้นอายุห้าเดือนหน่อยๆแล้ว ว่าจะเอาแกลลอรี่ใหม่ขึ้น แต่ว่าข้ามไปซักเดือนดีกว่า เดือนนี้รูปน้อยด้วย ไม่ค่อยได้ถ่าย รอให้ผมมันขึ้นดูหญิงกว่านี้หน่อยก่อน เอารูปขึ้นคราวหน้าจะได้ดูเหมือนมีอะไรแปลกใหม่ น่าตื่นเต้นบ้างไงครับ
อายุเข้าห้าเดือนนี่ ตามตำราเขาบอกว่าจะสนใจฟังเพลง สนใจดูสี เริ่มใช้ประสาทสัมผัสอื่นๆนอกจากปากบ้าง (ประสาทรับรู้รสรู้สึกจะเด่นเป็นพิเศษมาตลอด อะไรๆก็จับดูด จับกัดหมดช่วงที่ผ่านมา) แล้วก็ชอบดูถุงเท้าตัวเอง ซึ่งตำราเขาก็แนะนำให้ใส่ถุงเท้าสีสดใสให้ลูกดู
หมี่ฮุ้นเนี่ย…ตรงตามตำราเป๊ะ พรีดิ๊กเทเบิ้นมาก จะมีอะไรเก่ง เด่นเหนือเด็กวัยเดียวกันล่ะไม่มีเลย สนใจถุงเท้าก็ใช่ สนใจสีก็ใช่ ชอบฟังเพลงก็ใช่ ชอบเอาของเข้าปากก็ใช่ เอ…หรือว่าชอบเอาถุงเท้าที่ใส่อยู่เข้าปากนี่ จะเรียกว่าแอ๊ดว้านซ์ได้หว่า คือท่ามันแอ๊ดว้านซ์จริงๆนะ ไม่เชื่อลองทำดู นั่งขัดสมาธิแล้วก้มลงไปงับถุงเท้าน่ะ :D (ขอปะป๊าภูมิใจอะไรซักอย่างเหอะลูก นะนะ)
แปลกนะ ใครๆก็อยากให้ลูกตัวเองเก่งกว่าคนอื่น หรือมีอะไรเหนือกว่าคนอื่น อะไรๆก็ต้องเปรียบเทียบกับคนอื่น สมมติว่าลูกเราไม่ได้มีอะไรแตกต่างจากคนอื่นเลยจะเป็นไงล่ะ จะไม่มีอะไรให้เราไปคุยทับชาวบ้านงั้นเหรอ

…สมมติว่าเร่งเวลาผ่านไปเจ็ดปี
ผมอยู่ในวงเพื่อนร่วมรุ่นสมัยประถม ต่างคนต่างบอกว่าลูกเขาสอบได้ที่หนึ่ง ลูกเขาเล่นกีฬาเก่งงั้นงี๊ ลูกเขาได้เป็นตัวแทนไปตอบปัญหานู่นนี่ ส่วนลูกผมเหรอ? “แหม ลูกกูนะ เหมือนกูเลย มันนั่งอึพร้อมกับอ่านหนังสือได้เป็นชั่วโมงๆเลยนะเว้ย ภูมิใจ” ฮ่า…

ปะป๊าหวังว่าหมี่ฮุ้นจะเป็นแค่เด็กธรรมดาๆคนหนึ่ง ไม่ได้เก่งอะไรซักอย่าง ไม่ได้มีอะไรดีเด่นเป็นพิเศษนะลูกนะ ขอเป็นแค่เด็กธรรมดา รักตัวเอง รักพ่อรักแม่ก็พอแล้ว

Blogged with the Flock Browser

Tags:

Note on May 8th, 2008

ลืมบอกไปว่า เมื่อตอนที่พาหมี่ฮุ้นไปฉีดวัคซีนอาทิตย์ที่แล้ว หมอถามว่าหมี่ฮุ้นคว้าจับ เป็นหรือยัง พร้อมกับทดลองเอากระดิ่งมาสั่นตรงหน้าหมี่ฮุ้น ซึ่งหมี่ฮุ้นก็ได้แต่มองตามตาแป๋ว ยิ้มแก้มปริ แต่มือไม่กระดิก
กลับมาบ้านวันรุ่งขึ้น ปรากฏว่าอยู่ดีๆหมี่ฮุ้นก็คว้าจับเป็น จับนู่นจับนี่ใหญ่ ยังกะเปิดสวิทช์ น่าแปลกดี ไม่ใช่ค่อยๆเอื้อมไปแตะนะ แต่ว่ามีอะไรมาใกล้หน้า จะตะปบเลย หม่าม้า ปะป๊าเอาหน้าเข้าไปใกล้ โดนตะปบตลอด เล็บเล็กๆของหนูก็คมไม่ใช่เล่นเลย
แต่ปะป๊าไม่ยอมให้หนูตะปบเปล่าๆหรอกนะ หมี่ฮุ้นตะปบป๊าทีหนึ่ง ก็จะโดนป๊าจูบทีหนึ่ง ตะปบจูบ ตะปบจูบ มหว่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า

Blogged with the Flock Browser
Note on April 15th, 2008
http://mehoon.enaweb.com/wp-content/uploads/videos/lullaby.flv
Goi on April 8th, 2008

ช่วงนี้หมี่ฮุ้นกำลังลดพุง ทำsix-pac ด้วยการซิทอัพ-พุชอัพ วันละ 20 ที เอ้า..ฮึบ

สามสี่วันมานี้หมี่ฮุ้นเริ่มเล่นเป็น เริ่มมีปฏิกิริยาโต้ตอบ ส่งเสียงอ้อแอ้ๆแล้ว บางครั้งมีการหวีดร้องด้วย หญิงมาก น่าชื่นใจ ผมพยายามจะถ่ายวิดีโอเก็บไว้หลายครั้งแล้ว จะได้เอามาโพสต์ในนี้ให้ดู แต่ว่าหมี่ฮุ้นยังตื่นกล้องอยู่ พอยกกล้องขึ้นปั๊บ หมี่ฮุ้นจะมองกล้องแล้วทำตัวเกร็ง หยุดส่งเสียงไปเลย ไม่ไหว
สงสัยของอย่างนี้ต้องมีการเทรน เดี๋ยวโตขึ้นเกิดสวยเหมือนพอลล่าขึ้นมา แต่ตื่นกล้องตัวเกร็งเหมือนตอนนี้คงไม่ได้เกิดกัน ฮึ่ม

Goi on January 31st, 2008

เพิ่งรู้ว่าเด็กทารกนี่แสดงสีหน้าเก่งและหลากหลายมาก ถึงพูดไม่ได้แต่รู้สึกยังไงก็แสดงออกให้พ่อแม่รู้ทางสีหน้าได้หมด พวกดาราทีวีน่าจะไปศึกษาจากเด็กทารกดู เผื่อว่าจะได้ทำหน้าแบบอื่นๆเป็นบ้าง ไม่ต้องทำหน้าเหม็นขี้เหมือนกันหมดทั้งเวลาทำท่าโกรธ เจ็บแค้น ครุ่นคิด อัดอั้น น้อยเนื้อต่ำใจ ฯลฯ สีหน้าเดียวครอบคลุมทุกสถานการณ์ ดูแล้วเดาไม่ถูกว่าคิดอะไรอยู่..

Note on January 27th, 2008

I learned a lot from this book.



อ่านต่อ »