กำลังคิดดีใจอยู่ว่า เราโชคดีที่ตั้งแต่เกิดมาหมี่ฮุ้นไม่ค่อยได้ไปหาหมอ ไม่มีเรื่องให้ต้องปวดหัวมาก จำได้ว่าหมี่ฮุ้นตัวร้อนอยู่สองครั้ง แต่ก็ตัวร้อนแบบคึกๆทั้งสองครั้ง ยังเฮฮาอยู่ได้ ไม่ซึมเท่าไหร่ ถึงครั้งที่สองจะทำเอาป๊าม้าไม่ค่อยได้นอนเพราะต้องคอยเช็ดตัว คอยวัดไข้หมี่ฮุ้นตลอดทั้งคืน แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี
แต่สุดท้ายก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นเมื่อเช้านี้เอง รูปด้านบนถ่ายหลังเวลาเกิดเหตุประมาณชั่วโมงนึงได้ สถานการณ์คลี่คลายลงไปจนกลายเป็นปกติแล้ว หมี่ฮุ้นเลยยิ้มสู้กล้องได้ ดังรูป
เมื่อเช้านี้ตื่นมา หมี่ฮุ้นโยเย ไม่ยอมกินนม ปัดขวดนมตลอด ลุกยืนบนเตียง คว้านู่นคว้านี่ ปะป๊าเหลือบตาขึ้นมาดูนิดหน่อยแล้วก็นอนคลุมโปงต่อ ในขณะที่หม่าม้าก็พยายามให้หมี่ฮุ้นกินนมให้ได้ ทำทุกวิถีทางทั้งหลอกล่อ ทั้งทำทีเป็นแย่งขวดนม หมี่ฮุ้นก็ยังงอแงดิ้นไปดิ้นมา สุดท้ายหม่าม้าหันหลังให้หมี่ฮุ้นไปกอดตุ๊กตามามี่โปโกะแทน แล้วบอกว่า หม่าม้าไม่รักหมี่ฮุ้นแล้ว หมี่ฮุ้นดื้อ หม่าม้ารักโปโกะดีกว่า…
ไม่ทันขาดคำได้ยินเสียง ตุ้บ…พลั่ก…แง๊!!! ฮือ ฮือ… หมี่ฮุ้นเรียกร้องความสนใจด้วยการพุ่งหลาวลงจากเตียง ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น ถึงกับเอาปากลงก่อน ตายเป็นตาย ในเมื่อหม่าม้ารักโปโกะมากกว่าล่ะก็ ฮึ่ม!
ได้ผล ทั้งปะป๊าทั้งหม่าม้ากระโดดพรวดขึ้นจากเตียง หม่าม้าเข้าถึงหมี่ฮุ้นได้ก่อน รีบอุ้มขึ้นมาดูอาการ ไอ๊หยา! เลือดกบปาก!
ปะป๊ามือไม้สั่น รีบพุ่งไปที่เก๊ะเก็บกุญแจรถ คิดในใจว่าต้องบึ่งไปโรงบาลแน่แล้ว แต่แค่เดินวนอยู่ไม่นาน เลือดก็หยุด เหลือแต่เสียงสะอึกสะอื้นของหมี่ฮุ้นจอมอึด พร้อมกับร่องรอยปากบวมเจ่ออย่างที่เห็น
ย้อนกลับไปนึกถึงภาพเมื่อเช้านี้ก็ใจหายเหมือนกัน ปะป๊าเห็นเลือดหมี่ฮุ้นแล้วเจ็บแทน จะโมโหหม่าม้าที่หันหลังให้หมี่ฮุ้นก็ใช่ที่ เพราะปะป๊าเองก็นอนคลุมโปงอยู่ (ยิ่งแย่ใหญ่…ฮ่า) มันเป็นความรู้สึกที่แปลกดี ไม่นึกว่าจะตกใจกันขนาดนั้น จริงๆแล้วเลือดออกแค่หยดสองหยดเองมั๊ง แต่ความรู้สึกปะป๊ามันทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ไป
สรุปว่าหมี่ฮุ้นรอดชีวิตมาได้ครบหนึ่งปีแล้วครับ เฮ!!! ตอนที่กำลังเขียนอยู่นี่ก็เข้าวันคริสมาสต์อีฟ หรือวันที่ 24 ธันวาคม วันเกิดหมี่ฮุ้นพอดี ครบขวบแล้วพร้อมกับรอยปากเจ่อเป็นของที่ระลึกข้ามขวบปี เฮ
พาหมี่ฮุ้นไปเยี่ยมบ้านเพื่อนปาป๊าเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว หมี่ฮุ้นตื่นตาตื่นใจเช่นเคย (ที่ไหนๆก็ดีกว่าบ้านตัวเองทั้งนั้น) ตลอดสามชั่วโมงหมี่ฮุ้นก็เดินสำรวจไม่หยุด เดินไปล้มไป ปาป๊าจับภาพไว้ได้เลยเอามาให้ดูกันเล่นๆ
ตั้งแต่สามสี่วันที่แล้ว หมี่ฮุ้นก็เริ่มเปล่งเสียงเป็นคำว่า “ป๊ะป่า ม้าหม่า” ได้ (สำเนียงฝรั่งนะเนี่ย) แต่ได้แบบมั่วๆซั่วๆ ไม่รู้ว่าความหมายของมันคืออะไร รู้แต่ว่าตอนงอแง ไม่พอใจ เวลาพูด ป๊ะป่า ม้าหม่าแล้วเหมือนจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น
แต่โดยมากมักจะพูดว่า “ม้าหม่า” มากกว่า เพราะว่าพูด “ม้าหม่า” แล้วเห็นผลกว่า ม้าหม่าปุ๊บ นมมาปั๊บ พูดป๊ะป่าแล้วก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา แต่จำต้องพูดเพราะว่าโดนป๊ะป่ากรอกหูทุกวันตั้งแต่ยังอยู่ในท้องด้วยซ้ำ ถ้าไม่พูดเดี๋ยวจะยิ่งโดนไอ้ตัวป๊ะป่าเซ้าซี้อีกแน่ๆ
แต่สรุปแล้ว ทำเป็นตัวอย่างดีกว่าพูดครับ เห็นได้ชัดเลย เพราะแม่หมี่ฮุ้นนานๆจะสอนให้เรียกซักที แต่พอเรียกแล้วหมี่ฮุ้นมักจะได้ผลตอบแทนคุ้มค่า เช็ดอึล้างก้น กินนม กล่อมนอน ได้ผลทันตาเห็น แต่ปะป๊าน่ะ เรียกแล้วก็ได้แต่เข้ามาฟัดซักสองที แถมยังเอาหนวดหรอมแหรมมาถูแก้มหนูให้ได้รำคาญอีกต่างหาก บางครั้งหนูแค่อยากเอาใจเลยหัวเราะเอิ๊กอ๊ากให้ได้ยินบ้าง แต่ก็นั่นแหละ หนูจำต้องเรียกบ้างเพราะกลัวปะป๊าจะน้อยใจ
ตอนนี้หมี่ฮุ้นอายุครบเจ็ดเดือนแล้ว เริ่มซนมากขึ้น ตื่นปุ๊บคลานทันที ไม่มีหยุดนิ่ง เลยทำให้ลงไปนอนแอ้งแม้งข้างเตียงเป็นครั้งที่สองแล้ว
จากรูปจะเห็นว่าหมี่ฮุ้นมีฟันขึ้นสองซี่แล้ว ชอบใช้งานฟันทั้งสองซี่นี้มาก คว้าอะไรเป็นจับกัดตลอด เห็นกรามเล็กๆฟันเล็กๆอย่างนี้ กัดเจ็บมาก โดยเฉพาะนิ้วป๊านิ้วม้าจะกัดเจ็บเป็นพิเศษ ทีนิ้วตัวเองล่ะแค่อมๆเท่านั้นเอง
อีกอย่างที่หมี่ฮุ้นชอบเล่นมากก็คือเป่า แบบผมกำลังนอนชันเข่าอยู่ดีๆ หมี่ฮุ้นก็คลานมาเกาะแล้วก็เอาปากเป่าหัวเข่าผม เละไปหมด ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเด็กวัยนี้ไปเรียนการเป่าปาก เล่นน้ำลาย เป่าพุง เป่าหัวเข่ามาจากไหน ไม่ได้มีใครสอนมันซะหน่อย แต่เท่าที่ลองถามดูปรากฏว่าทำเหมือนๆกันหมด มันอยู่ในยีนหรือยังไงกัน
สองอาทิตย์ที่ผ่านมานี่มาม้าปาป๊างงกับหมี่ฮุ้นมาก ไม่รู้มาม้าเผลอกินสเตียรอยด์เข้าไปหรือยังไง หมี่ฮุ้นจากที่เพิ่งนั่งหลังตรงเองได้ตอนครบหกเดือนเมื่อประมาณสองอาทิตย์ก่อน ก็เริ่มกระดืบไปข้างหน้าเป็น หลังจากนั้น 1-2 วันก็คลานอย่างเป็นทางการ เสร็จก็สามารถยันตัวเองจากท่านอนขึ้นมานั่งได้เอง แล้วก็คลานเอาจริงเอาจัง ทีแรกก็ยังปล่อยให้คลานบนเตียงโดยเอาหมอนกันไว้รอบๆไม่ให้ตกเตียงได้ แต่เมื่อสองคืนก่อนขณะที่มาม้ากำลังซักผ้าเช็ดหน้าหมี่ฮุ้นง่วนอยู่ ปาป๊าก็ดูหนังผีกำลังมันได้ที่ มาม้าก็ได้ยินเสียงตึง! หันไปที่เตียง อ้าว! ทำไมบนเตียงไม่มีหมี่ฮุ้น มาม้าใจหายวาบ มองไปเห็นหมี่ฮุ้นลงมานอนแอ้กอยู่ข้างเตียง ปาป๊ามาม้าวิ่งไปหา หมี่ฮุ้นก็ร้องไห้จ้า ปรากฏว่าหมี่ฮุ้นเกิดยันขายืนขึ้นเองได้แล้ว ก็เลยหัวทิ่มข้ามหมอนตกลงมา ดีที่ไม่เป็นอะไรมากนอกจากได้หัวโนมาประดับหน้าผากเป็นอันแรกของชีวิตหมี่ฮุ้นน้อย…
ปล. Another first ฟันซี่แรกโผล่ออกมาแล้วจ้ะ ดีที่ไม่มีอาการร้องไห้โยเยอย่างที่ได้ยินมา อึดดีจริงๆเลยลูก
วันนี้หมี่ฮุ้นนั่งทรงตัวอยู่ได้ด้วยตัวเองนานทีเดียว ดีที่เก็บภาพวิดีโอไว้ได้
มีแกลเลอรี่ใหม่ให้ดูด้วยครับ รูปไม่เยอะเท่าไหร่
วันนี้หมี่ฮุ้นตัวร้อน วัดอุณหภูมิที่จั๊กกะแร้ได้ 37.8 องศา ป๊าม้าตกใจมาก กลัวลูกชัก ในขณะที่หมี่ฮุ้นยังทำหน้าทะเล้นได้อยู่ ให้กินยาลดไข้ไปแล้วครึ่งช้อนชา เช็ดตัวแล้ว ดูเหมือนจะดีขึ้น
โปรดติดตามตอนต่อไป
edit: หมี่ฮุ้นหายแล้ว ไข้ลดแล้ว วัดจั๊กกะแร้ได้ใหม่ที่ประมาณ 36.5
ลืมบอกไปว่า เมื่อตอนที่พาหมี่ฮุ้นไปฉีดวัคซีนอาทิตย์ที่แล้ว หมอถามว่าหมี่ฮุ้นคว้าจับ เป็นหรือยัง พร้อมกับทดลองเอากระดิ่งมาสั่นตรงหน้าหมี่ฮุ้น ซึ่งหมี่ฮุ้นก็ได้แต่มองตามตาแป๋ว ยิ้มแก้มปริ แต่มือไม่กระดิก
กลับมาบ้านวันรุ่งขึ้น ปรากฏว่าอยู่ดีๆหมี่ฮุ้นก็คว้าจับเป็น จับนู่นจับนี่ใหญ่ ยังกะเปิดสวิทช์ น่าแปลกดี ไม่ใช่ค่อยๆเอื้อมไปแตะนะ แต่ว่ามีอะไรมาใกล้หน้า จะตะปบเลย หม่าม้า ปะป๊าเอาหน้าเข้าไปใกล้ โดนตะปบตลอด เล็บเล็กๆของหนูก็คมไม่ใช่เล่นเลย
แต่ปะป๊าไม่ยอมให้หนูตะปบเปล่าๆหรอกนะ หมี่ฮุ้นตะปบป๊าทีหนึ่ง ก็จะโดนป๊าจูบทีหนึ่ง ตะปบจูบ ตะปบจูบ มหว่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า
วันนี้ไม่ธรรมดาครับ นอกจากจะเป็นวันครบรอบวันเกิดอายุสี่เดือนของหมี่ฮุ้นแล้ว ผมยังได้ยินเสียงหมี่ฮุ้นหัวเราะเอิ๊กๆ เป็นครั้งแรกอีกด้วย! โอ้โห ดีใจเกือบขาดใจตาย ถึงแม้จะไม่รู้ว่าหมี่ฮุ้นหัวเราะอะไรก็ตาม
เหตุเกิดเมื่อประมาณห้าทุ่มครึ่งวันนี้ หลังจากหม่าม้าพาหมี่ฮุ้นไปราตรีสวัสดิ์อาม่า ขากลับเปิดประตูห้องเข้ามาเห็นหน้าปะป๊า หมี่ฮุ้นสะกดอาการไม่ไหว หัวเราะลงลูกคอเอิ๊กอ๊ากสองลูก แล้วก็เงียบหายไป เหลือแต่รอยยิ้มประดับแก้มเต่งๆ ไม่ว่าปะป๊าจะพยายามเท่าไหร่ หมี่ฮุ้นก็ไม่ยอมโชว์ลูกคออีกเลย จบข่าว







