เมื่อกี๊หมี่ฮุ้นโดนปะป๊าตี
หมี่ฮุ้นชอบเอาเล็บมาข่วนหน้าปะป๊า ชอบกัด ชอบจิก พอปะป๊าเจ็บร้องโอ๊ย หมี่ฮุ้นก็หัวเราะชอบใจ (แต่ปะป๊าไม่ชอบใจด้วย เพราะเจ็บมาก หมี่ฮุ้นไม่ยั้งเลย)
ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ มันเขี้ยวสุดๆ พอดุไปก็ไม่เคยหยุด ทั้งปะป๊าหม่าม้าบอกให้ขอโทษก็ยกมือขอโทษแล้วก็แกล้งปะป๊าต่อด้วยความเมามัน
เมื่อกี๊หมี่ฮุ้นเอาอีก ทั้งข่วนทั้งจิกหน้าปะป๊า จับมือหมี่ฮุ้น มองหน้าแล้วบอก “หยุดนะหมี่ฮุ้น ทำอีกปะป๊าจะตีนะ” หมี่ฮุ้นไม่ฟัง ข่วนต่อ
ปะป๊าเลยจับมือซ้ายหมี่ฮุ้นมาตี เพี๊ย! สองที แรงขนาดปะป๊าเองยังเจ็บมือ หมี่ฮุ้นชะงัก หน้าเสียปากเบะแล้วร้อง “โอ๊ยเจ็บ โอ๊ยเจ็บ” รีบลงจากเตียงไปเกาหน้าประตูห้องน้ำที่หม่าม้าอาบน้ำอยู่ ร้องไห้ฮือๆ…
โอย… จะบอกว่าไอ้ตอนเห็นหน้าหมี่ฮุ้นเบะ แล้วก็ร้องน่ะ ปะป๊าแทบจะหัวใจสลาย อยากจะรีบดึงหมี่ฮุ้นเข้ามากอดและปลอบ ปะป๊ารู้สึกแย่สุดๆ อยากเอาหัวทิ่มชักโครกตายไปเดี๋ยวนั้น
จริงๆเดี๋ยวนี้ ถ้าหมี่ฮุ้นหกล้ม เดินไม่ดูเอาหัวไปชนขอบโต๊ะ แล้วร้องไห้ ปะป๊าก็ไม่ค่อยได้เข้าไปโอ๋ไปปลอบ เพราะว่ามันทำเอง เดี๋ยวมันก็หายเอง ไม่เห็นจะเป็นอะไร ซึ่งหมี่ฮุ้นก็ร้องแอะเดียว หายตกใจ หายเจ็บก็เลิก
แต่ว่าครั้งนี้ หมี่ฮุ้นเจ็บและตกใจเพราะน้ำมือปะป๊าเอง มันผิดกันเยอะเลย… แบบว่าโอย คิดแล้วยังเศร้าอยู่เลย
หมี่ฮุ้นจ๋า ปะป๊ารักหนูนะ
อยู่อเมริกามานานพอควร เห็นลูกฝรั่งหน้าจีนบ้าง ลูกฝรั่งหน้าเซ้าท์อีสต์บ้าง ไม่ค่อยรู้สึกแปลกเท่าไหร่ แรกๆผมเคยคิดว่า เออ พ่อแม่จะรักลูกต่างสายเลือดได้เท่ากับลูกในสายเลือดตัวเองหรือเปล่า แล้วลูกจะโตมาเป็นอย่างไร นิสัยเหมือนใคร คำถามนี้เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันมานานและก็ยังต้องถกเถียงกันต่อไป (nature VS nurture..wikipedia)
พอได้รู้เรื่องของพี่ผึ้งและน้องสาละวิน ไม่ได้ทำให้ผมคิดถึง nature vs nurture แต่ทำให้ผมหมดข้อกังหากับคำถามที่ว่า พ่อแม่จะรักลูกต่างสายเลือดได้เท่ากับลูกในไส้หรือไม่
ลองไปอ่านกันดู
ลูกชายต่างสายเลือดชื่อ “สาละวิน” …การเดินทางของเรื่องเล่า …gotoknow.org
อ้อ…น้องวินมีพ่อด้วยนะ ครอบครัวแฮปปี้ทีเดียว (อยากเป็นลูกครอบครัวนี้มั่ง…ฮ่า)
เคยคิดว่าจะหาซื้อกล้องวิดีโอมาถ่ายหมี่ฮุ้น แต่คิดไปคิดมา เดี๋ยวซื้อมาแล้วก็เก็บไว้เฉยๆ เพราะขี้เกียจหยิบออกมา กว่าจะเอาออกมาถ่ายหมี่ฮุ้นได้ซักที แอกชั่นประทับใจก็จบไปซะแล้ว
ดูท่าว่ากล้องคอมแพ็คอันจิ๋วที่ถ่ายวิดีโอได้ก็น่าจะดีอยู่แล้ว แต่ต้องคอยเอาติดตัวไว้ตลอด เผื่อจะได้ควักออกมาทันช็อตเด็ด หรือไม่งั้นแม่อีหนูก็ต้องให้ผมซื้อ iPhone, BB หรือไม่ก็ Palm Pre อันนี้ล่ะติดตัวตลอดแน่
หรือว่าติดกล้องแบบ reality show เอาไว้รอบบ้านดีหว่า
เมื่อก่อน category นี้เคยชื่อ general สำหรับเรื่องที่นึกไม่ออกว่าควรจะลงที่ไหนดี แต่ตอนนี้ผมเปลี่ยนเป็น family และประกาศยึดเป็นของตัวเองโดยสมบูรณ์
ต่อไปผมจะใช้ category นี้เขียนเรื่องที่เกือบจะเกี่ยวกับหมี่ฮุ้น อาจจะเป็นเรื่องของผมเองหรือเรื่องของแม่ก้อย หรือเรื่องของครอบครัวด้วยก็ได้
ที่ยึดมาอย่างนี้ก็เพราะว่า เดี๋ยวนี้ผมไม่มีบล็อกตัวเองแล้ว www.enaweb.com ที่เคยเป็นบล็อกตัวเองก็ปิดไปซะพักนึงแล้ว แต่ไปๆมาๆไม่มีที่เขียนระบายแล้วเลยรู้สึกอึดอัด อยากบ่นนู่นบ่นนี้ให้ชาวโลกฟังก็ไม่มีที่บ่น เลยยึดของลูกซะเลย ไหนๆ category เก่าอันนี้ก็ไม่ค่อยจะมีประโยชน์อยู่แล้ว
เอาล่ะ ช่วงนี้เหนื่อยมาก แต่อยากมาเขียนบล็อกบ่อยขึ้นกว่าเดิม ระบายให้หมี่ฮุ้นฟัง
ช่วงนี้ย่าจ๋าไปหาย่าทวดที่สงขลา ไปหลายวันทีเดียว สลับกับย่าหมั่นขึ้นมาอยู่กรุงเทพแทน ตอนนี้หมี่ฮุ้นเลยมีแต่ปู่จ๋า กับม่าจ๋าคอยอยู่ดูแทน
หมี่ฮุ้นมีย่ามีปู่หลายคน มีปู่จ๋ากับย่าจ๋าเป็นหลัก มีปู่เปี๊ยกกับย่าตุ๊กที่หมี่ฮุ้นมักจะเรียกชื่อบ่อยๆรองลงมา แล้วก็มีปู่นิยมบ้าง ย่าสุ่นบ้าง ในหมู่บ้านก็ยังมีอีกหลายย่าหมี่ฮุ้นจำไม่หวาดไม่ไหว
สองสามวันที่ผ่านมาหมี่ฮุ้นก็จะเรียก ย่าจ๋า ย่าจ๋าอยู่บ้าง เพราะว่าปกติในแต่ละวันหมี่ฮุ้นจะต้องข้ามไปอยู่กับย่าจ๋าวันละซักชั่วโมงสองชั่วโมง หม่าม้าก็เลยต้องคอยบอกหมี่ฮุ้นว่าย่าจ๋าไม่อยู่ ย่าจ๋าไปหาย่าทวด
คราวนี้หมี่ฮุ้นก็มีย่าเพิ่มมาอีกคน นอกจากย่าจ๋า ย่าตุ๊ก ย่าสุ่น ย่าติ๋ว ย่าหมั่น… ก็ยังมี ย่าทวด เพิ่มมาอีก
แต่ไม่รู้ว่าหมี่ฮุ้นจะเข้าใจคำว่าทวดว่าคืออะไร ทำไมถึงมาต่อท้ายคำว่าย่า ฟังดูแล้วไม่เห็นเหมือนคำอื่น
วันนี้หม่าม้าถามหมี่ฮุ้นว่า ย่าจ๋าไปไหน ย่าจ๋าไปหาใคร หมี่ฮุ้นตอบ “ย่าทวด”
แล้วหมี่ฮุ้นก็พูดต่อ “ปู่ทวด ย่าทวด หม่าม้าทวด หม่าม้าทวด…” เออ…ศัพท์ใหม่แฮะ
